งเมืองหลวง ถึงตอนนั้นหากอ๋องโม่เป่ยไม่ตาย แถมอำนาจของแคว้นโม่เป่ยยังอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาอีก เจ้าเชื่อมั่น…ในตัวทั่วป๋าไหวอันจริงๆ ใช่ไหม?”
ฉู่ฉีเหยียนกระตุกมุมปาก รอยยิ้มนั้นแฝงไปด้วยความประชดประชัน แล้วกล่าวขึ้นว่า “ก็แค่คำสัญญาปากเปล่า เห็นว่ามีโอกาสทำประโยชน์ได้ก็พูดคุยตกลงกันง่ายอยู่แล้ว แต่เอาเข้าจริงถึงเวลาแก่งแย่งผลประโยชน์ขึ้นมา ใครที่ไหนจะรับประกันได้ว่าตนจะรักษาคำพูดโดยที่ไม่มีวันทรยศล่ะ?”
“หากเป็นเมื่อก่อนก็ช่างมันปะไร แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบครั้งนี้ขึ้น ทั่วป๋าอวิ๋นจียินยอมอยู่ต่อในเมืองหลวงเพื่อช่วยเขาหลอกลวงผู้อื่น ช่วยเขาหาความลับแล้วกลับไปยังแคว้นโม่เป่ยในช่วงเวลาที่ได้ผลประโยชน์มากที่สุด ตั้งแต่นี้ต่อไป เราจะมองข้ามการมีอยู่ของทั่วป๋าอวิ๋นจีที่อยู่เคียงข้างเขาไม่ได้เลยเด็ดขาด” ฉู่หลิงอวิ้นกล่าว พลางทอดมองไปยังต้นไห่ถังที่วางอยู่ตรงมุมห้อง “หากนางกับฉู่สวินหยางร่วมมือกัน ทั่วป๋าอวิ๋นจีอยู่ข้างกายทั่วป๋าไหวอันคอยพูดใส่สีตีไข่ คาดว่าหากวันเวลาผ่านไป อนาคตจุดยืนของทั่วป๋าไหวอันก็ไม่แน่นอนแล้ว”
ฉู่ฉีเหยียนอุตส่าห์เชื่อมสัมพันธ์จนได้ทั่วป๋าไหวอันมาเป็นพันธมิตร แต่ฉู่สวินหยางกลับใช้ทั่วป๋าอวิ๋นจีมาเล่นงานเนี่ยนะ…
จากคำของฉู่หลิงอวิ้นแล้ว เมื่อมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น สถานะของทั่วป๋าอวิ๋นจีในราชสำนักโม่เป่ยตอนนี้ยิ่งใหญ่กว่าเมื่อก่อนมากนัก มีนางคอยช่วยปกป้องทั่วป๋าไหวอ