ีกประโยคว่า “อย่าไปยุ่งกับคนของหลี่หลินเข้าล่ะ!”
“เจ้าค่ะ ข้าน้อยเข้าใจแล้ว!” จื่อเหวยขานตอบ แล้วรีบเดินจากไป
ฉู่หลิงอวิ้นยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน สายตาเอียงมองไปยังบานประตูที่เพิ่งซ่อมขึ้นใหม่เอี่ยม แล้วนึกคิดอยู่นานโข แต่สุดท้ายคิดอย่างไรก็คิดไม่ออกเลยส่ายศีรษะไม่คิดอะไรมาก จากนั้นกลับไปหาคนแซ่เจิ้งพร้อมกับจื่อเหวย
งานเลี้ยงของจวนอ๋องหนานเหอจัดขึ้นตอนเที่ยงวัน แต่เนื่องด้วยสถานการณ์พิเศษ ที่จริงแล้วจะนับว่าเป็นงานเลี้ยงก็ไม่ได้ ฉู่อี้หมินไม่อยู่จวน คนแซ่เจิ้งเองก็ไม่ได้เรียกลูกสาวของฮูหยินรองและคนอื่นๆ มา นางเพียงรับประทานอาหารกลางวันกับฉู่หลิงอวิ้นกับฉู่ฉีเหยียนกันสามคนเท่านั้น
เมื่อทานข้าวกันเสร็จยังรั้งฉู่หลิงอวิ้นให้นั่งพูดคุยกันต่อในห้องโถงไม่ยอมปล่อยให้นางกลับ นั่งคุยกันทีก็ปาเข้าไปครึ่งชั่วยาม[1] พ่อบ้านที่อยู่ด้านนอกเข้ามาแจ้งข่าว “พระชายา ท่านหญิง ซื่อจื่อแห่งจวนติ้งเป่ยโหวมาแล้วขอรับ เขาบอกว่ามารับท่านหญิงกับสามีกลับจวนขอรับ!”
“ยุ่งไม่เข้าเรื่อง!” คนแซ่เจิ้งหน้าบึ้งลงทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
ในสายตาของนางแล้ว สถานะครอบครัวของจวนติ้งเป่ยโหวนั้นไม่เหมาะกับลูกสาวสุดที่รักของตนเลยแม้แต่น้อย เพราะฉะนั้นนางเลยไม่ชอบพอทุกคนในบ้านของสกุลจางสักคน
พ่อบ้านก้มหน้าก้มตา ไม่รู้จะทำอย่างไรดี
ฉู่หลิงอวิ้นจึงยิ้มหัวเราะขึ้น ตบหลังมือของคนแซ่เจิ้งเบาๆ แล้วกล่าวว่า “เวลาก็