งนี้ข้าจัดการเอง!”
พันธมิตรอย่างทั่วป๋าไหวอันนั้นได้มาไม่ง่าย เขาไม่มีทางปล่อยให้เกิดอะไรผิดพลาดขึ้นแน่นอน
ฉู่หลิงอวิ้นมองประกายไฟรุ่มร้อนในแววตาของเขา ไม่ปล่อยให้เสียเวลาตกใจ นางเอ่ยคัดค้านขึ้นว่า “ก็แค่ผู้หญิงคนเดียว หาได้จำเป็นต้องใช้ผู้คนเยอะแยะเพื่อการนั้นไม่!”
ฉู่ฉีเหยียนยิ้มหัวเราะ ไม่แสดงท่าทีปฏิเสธแต่ก็ไม่เห็นด้วย
ในตอนนี้เขาได้ตัดสินใจแล้ว ฉู่หลิงอวิ้นรู้ดีว่าพูดไปก็เปล่าประโยชน์ จึงปล่อยไปไม่พูดถึงอีก
เมื่อพูดคุยเรื่องธุระเสร็จเรียบร้อย ฉู่หลิงอวิ้นก็ขอตัวกลับไปก่อน
ฉู่ฉีเหยียนไม่ได้ไปส่งนาง นางเดินออกไปคนเดียว เมื่อหันหลังกลับไปมองประตูห้องหนังสือที่ปิดแน่นสนิทนั้น ก็รู้สึกว่าวันนี้ฉู่ฉีเหยียนแปลกไป ดูผิดจากปกติมากพอสมควร
“ท่านหญิง เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ? ไม่กลับหรือเจ้าคะ?” จื่อซวี่เอ่ยถามขึ้นอย่างระมัดระวัง
ฉู่หลิงอวิ้นเม้มปากคิดอยู่พักใหญ่ พลางพูดขึ้นว่า “ข้ารู้สึกเหมือนว่าเขามีเรื่องอะไรบางอย่างอยู่ในใจ!”
“ในช่วงนี้บ้านเมืองไม่ค่อยสงบนัก ซื่อจื่อเป็นกังวลก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ท่านหญิงคิดมากไปหรือเปล่าเจ้าคะ?” จื่อเหวยพูดปลอบเสียงเบา
“ก็คงจะเป็นแบบนั้นล่ะมั้ง!” ฉู่หลิงอวิ้นคิดไม่ตก ลังเลอยู่ชั่วครู่ แต่ก็เอ่ยปากสั่งการว่า “จื่อซวี่ เจ้าไปสืบมาหน่อยว่าช่วงสองวันนี้ในจวนมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นบ้าง โดยเฉพาะเรือนของซื่อจื่อนี้ มีเรื่องอะไรผิดปกติหรือเปล่า”
พูดจบก็เสริมขึ้นอ