ไม่ได้เกี่ยวดองกับโม่เป่ย แต่ถ้ามองจากเรื่องที่ฉู่ฉีเหยียนช่วยทั่วป๋าไหวอันให้รอดตัวจากเรื่องนี้…
หากภายภาคหน้าทั่วป๋าไหวอันได้ควบคุมโม่เป่ย โม่เป่ยก็เท่ากับเป็นพันธมิตรของจวนอ๋องหนานเหอแล้ว!
ด้านหนึ่งลอบลงมือกับหลัวอี้เพื่อให้หลัวฮองเฮาแทรกแซงการต่อสู้ในราชสำนัก อีกด้านหนึ่งก็ดึงทั่วป๋าไหวอันมาเป็นพวกด้วยการช่วยเหลือ…
ฉู่ฉีเหยียน ฝีมือของเจ้านับว่าร้ายกาจเลยทีเดียว!
ฉู่สวินหยางฉีกยิ้มที่มุมปาก เรื่องราวล้วนรู้ชัดเจนแล้วก็ไม่อยากจะเสียเวลากับเขาอีกต่อไป แย้มยิ้มเล็กน้อยก่อนจะออกเดินอีกครั้ง จากไปด้วยท่าทีสบายๆ
ฉู่ฉีเหยียนยังยืนอยู่ที่เดิมไม่จากไปไหน ราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่
เนิ่นนาน รอจนรวบรวมสติกลับมาแล้วจึงค่อยสะบัดเสื้อคลุมอย่างเป็นเอกลักษณ์เดินไปยังด้านหน้า ขณะกำลังเลี้ยวผ่านซุ้มประตูโค้งหนึ่ง ตรงหน้ากลับพบคนที่เข้ามาหาอย่างเร่งรีบด้วยท่าทีเป็นกังวล “ซื่อจื่อ!”
เป็น…
ซูหว่าน!
ฉู่ฉีเหยียนขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย เหลือบมองนางด้วยความหงุดหงิดใจ พยักหน้าด้วยใบหน้าที่เยียบเย็น “พระชายาองค์ชายห้า?”
ใบหน้าซูหว่านค่อยๆเปลี่ยนสี ความเขินอายที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ก็แปรเปลี่ยนเป็นความลำบากใจ
นางมองดูใบหน้าเย็นชาของผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า รู้สึกถึงความน้อยใจที่กดอยู่ในใจทั้งหมดต่างก็พรั่งพรูออกมา น้ำตาก็ตีรื้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว หมุนวนอยู่ในขอบตานั้น
นางพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ร่วงหล่นอย่างสุดความ