ทางด้านฮ่องเต้ได้พักเรื่องนี้เอาไว้ก่อนไม่พูดถึง เพียงแต่มองพินิจไปยัง ‘มิตรภาพพี่น้อง’ ที่จริงใจของฉู่ฉีเฟิงและฉู่ฉีเหยียนที่ยืนอยู่ตรงหน้า กล่าวว่า “เช่นนั้นเกี่ยวกับการหายตัวไปของทั่วป๋าไหวอันเมื่อคืนวาน พวกเจ้ามีความคิดเห็นอย่างไร? ตอนนี้ที่นี่ไม่มีคนนอกแล้ว พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องหลบเลี่ยงอะไร อยากจะพูดสิ่งใดก็พูดออกมา ถ้าออกไปจากห้องนี้แล้วข้าก็จะลืมให้หมดไม่ยกขึ้นมาพูดอีก”
หากไม่เกี่ยวกับฉู่ฉีฮุย ถ้าเช่นนั้นใครเป็นคนทำ?
ฮ่องเต้เชื่อมั่นอย่างสูงว่าเรื่องนี้จะต้องมีคนในคอยช่วยทั่วป๋าไหวอันอยู่แน่นอน
ฉู่ฉีเหยียนเม้มปากจมดิ่งกับความคิด ทางฉู่ฉีเฟิงจึงเอ่ยปากขึ้นก่อน “เมื่อคืนวานข้าและน้องสาวสองคนอยู่ส่งตัวเจ้าสาวแทนพี่หญิงอันเล่อที่จวนอ๋องหนานเหอด้วยกัน เรื่องทั่วป๋าไหวอันด้านนั้นจึงไม่ได้เห็นด้วยตนเอง ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี!”
“หึ…” ฮ่องเต้หัวเราะบางๆ พลางส่ายหน้า
แววตาของฉู่ฉีเหยียนประกายวาบเล็กน้อย เผยใบหน้าละอายใจก่อนจะประสานมือเคารพกล่าวว่า “ช่วงนี้ท่านแม่ของข้าสุขภาพไม่ค่อยดี เมื่อวานข้าจึงได้นัดใต้เท้าเหยียนหลิงให้ช่วยสอนความรู้ทางการแพทย์เสียหน่อย เดิมทีเพียงจะนัดพูดคุยเสร็จแล้วก็แยกย้ายกันไป ทว่าต่อมากลับได้พบน้องหญิงสวินหยางที่เมืองทางใต้ ทั้งสามคนจึงไปเล่นหมากรุกด้วยกัน ทั้งยังคุยกันถูกคอและดื่มไปหลายแก้ว ช่วงเย็นกลับจวนก็มึนเมาไม่ได้สนใจเรื่องผู้ใด เรื่องของทั