ใดอีกฝ่ายจึงต้องทำเช่นนี้?
ไม่ต้องพูดมากก็เห็นได้ชัด ถ้าไม่ใช่เพื่อยัดเยียดความผิดให้วังบูรพา หยิบยกเรื่องของทั่วป๋าไหวอันมาทำให้วังบูรพารับมือไม่ทัน?
เรื่องราวเรียบเรียงขึ้นเช่นนี้ ช่างเหมาะพอดีทีเดียว
ฉู่อี้หมินหน้าเปลี่ยนสี ตอนที่กำลังจะพูด ฉู่ฉีเหยียนก็ชิงกล่าวเสียก่อน “เมื่อเป็นเช่นนี้ การหายตัวไปของฉู่เยว่เหยียนก็คงไม่ได้เป็นอุบัติเหตุธรรมดาเสียแล้ว เหตุใดเรื่องจึงข้องเกี่ยวกันได้อย่างบังเอิญขนาดนี้? เห็นที…คงมีคนเจตนาทำเพื่อบางสิ่งบางอย่างเป็นแน่!”
“ใช่แล้ว!” ฉู่ฉีเฟิงกล่าว ก่อนจะถอนหายใจ
ฉู่ฉีเหยียนนั้นยกมือตบไหล่เขา กล่าวปลอบว่า “ทักษะการแพทย์ของใต้เท้าเหยียนหลิงเป็นที่กล่าวขานยกย่อง เมื่อวานตอนที่ร่วมทานอาหารกับเขาที่เรือนมีสุขยังได้ยินเขาพูดว่า เขาคุ้นเคยกับโรคที่รักษายากและยาสมุนไพรต่างๆ เป็นอย่างมาก เจ้าวางใจเถอะ รอข่าวดีก็พอแล้ว!”
เมื่อเขาแสดงท่าทีเช่นนี้ออกมา ก็ได้ขจัดข้อสงสัยเรื่องที่ตนวางแผนเรื่องนี้ออกไปโดยสิ้นเชิง
สายตาของฮ่องเต้กวาดไปยังรอบกายของหลานทั้งสองที่เขาพึงพอใจ ท่าทีในแววตาเปลี่ยนแปลงไปอย่างลึกลับ เป็นเวลานานโดยไม่ปริปากพูดใดๆสักคำ…
เพียงแต่มองท่าทีของของเขาทั้งสอง ไม่ว่าใครก็ไม่เหมือนกำลังแสดงละครอยู่
ท้ายที่สุด เขาจึงโบกมือ ออกคำสั่งกับหลี่รุ่ยเสียงว่า “ให้คนไปที่ศาลาว่าการพระนคร ให้กู้ฉางเฟิงนำคนไปดูที่จวนนอกเมืองด้วยตนเอง เรื่องเกี่ยวกับชื่อเสียงของ