งร้องเสียงม้าอีก
ฉู่สวินหยางออกแรงดันตัวเองไปข้างหลัง จงใจคลี่ยิ้มมุมปากออกมาอย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะเอ่ยเสียงอ่อน “ก็แค่โดนนิดหน่อยเอง…”
ไม่บ่อยนักที่นางจะรู้สึกว่าตนเองไม่มีเหตุผล จึงไม่มั่นใจอย่างเห็นได้ชัด
นางรีบก้มหน้าก้มตาลงอย่างรวดเร็ว กะพริบตาปริบๆ ไม่เหลือท่าทีเข้มงวดจริงจังเหมือนแต่ก่อนแล้ว เหลือเพียงแค่แม่หญิงคนหนึ่งที่กัดปากอย่างขัดเคืองไม่ต่อต้านใดๆ
ความคับแค้นใจของเหยียนหลิงจวินก็มลายหายไปเงียบๆ นานแล้ว กอปรกับเมื่อเห็นหญิงสาวทำท่าว้าวุ่นใจอยู่ตรงหน้า ในใจก็รู้สึกราวกับโดนขนตางอนยาวของนางกวาดผ่าน จู่ๆ ความรู้สึกสั่นสะท้านอันร้อนแรงของรสสัมผัสก็ถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้ง
ลำคอแห้งขึ้นมาแปลกๆ มุมปากของเขาคลี่ยิ้มร้ายออกมาในทันใด ก่อนจะค่อยๆ โน้มตัวลงไปอย่างช้าๆ
เมื่อรู้สึกเหมือนมีเงามืดปกคลุมมาบนศีรษะ ฉู่สวินหยางก็คิดจะหลบ ขมวดคิ้วพลางคิดอยากจะด่าม้าตัวข้างหลังที่ช่างมีตาหามีแววไม่
สติของนางหลุดไปเพียงชั่วครู่ ริมฝีปากของเหยียนหลิงจวินก็สัมผัสลงมาเสียแล้ว
ฉู่สวินหยางลนลานไปหมด นางจึงรีบหันศีรษะไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากของเขาจึงสัมผัสมาที่ปลายจมูกของนางเบาๆ
“เจ้า…” ฉู่สวินหยางอารมณ์ร้อนขึ้นมาและเอ่ยตะคอกถามไป “เจ้าทำอะไร?”
นี่นางป้องกันไว้แน่นหนา เตรียมใจไว้ดีแล้วจริงๆ หรือ
“หึ…” จู่ๆ เหยียนหลิงจวินก็อารมณ์ดีขึ้นมาก ได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะแห้งๆ ออกมาจากในส่วนลึกของล