“ข้ายังดีๆ จะออกเมืองไปทำอะไร?” ฉู่สวินหยางเอ่ยพลางกวาดตามองรอบๆ อย่างไม่รีบไม่ร้อน “หลายวันนี้ทุกที่ล้วนแต่ประดับด้วยงานเลี้ยงดื่มเหล้าดั่งน้ำหลาก ข้าเห็นจนเอียนแล้วเลยออกมาเดินเล่นในเมือง! เอาเถิด ทำภารกิจของพวกเจ้าไปเถิด!”
พอเอ่ยจบก็ควบม้ากลับเข้าไปทางตัวเมือง
ในยามนี้ท้องฟ้าก็สว่างขึ้นมากแล้ว โลงไม้ของตระกูลหลิวขนผ่านถนนหลักไม่ค่อยสะดวก จึงเลือกย้ายไปขนในตรอกที่ลับตาคนข้างๆ แทน เหล่าคนใช้ขนโลงไปทางตรอกหกเมืองตะวันตกอย่างเป็นระเบียบ ส่วนชายหนุ่มที่พยุงศพก่อนหน้านี้ก็เดินตามชายเฒ่าไป แต่เมื่อเลี้ยวเปลี่ยนถนนเขาก็ค่อยๆ ถอยออกมาอย่างเงียบๆ
เมื่อแน่ชัดว่ารอบๆ ไม่มีคน ชายเฒ่าก็เอ่ยด้วยสีหน้าร้อนรน “องค์หญิง ที่นี่จะทำอย่างไรดี? หากท่านไม่ไปตอนนี้ รอจนความลับถูกเผย คงยากนักจะปลีกตัวออกได้!”
ชายหนุ่มผิวขาวถอดชุดไว้อาลัยตัวใหญ่ออก เผยให้เห็นชุดสีเรียบกระชับกับตัว เอวคอด แม้จะแต่งเป็นชาย แต่กลับเห็นได้ชัดว่าเป็นร่างอ้อนแอ้นของหญิงสาว
ที่น่าตกใจคือ…
คนนั้นคือทั่วป๋าอวิ๋นจีองค์หญิงหกแห่งโม่เป่ยที่ปลอมตัวมา
คิ้วงามดกของนางขมวดชนกันเล็กน้อย ไม่ได้ใส่ใจฟังชายเฒ่าพูดพล่าม แต่อารมณ์ก็สับสนลนลานบ้างเล็กน้อยและหันกลับไปมองด้านหลังเป็นพักๆ
ไม่นาน ทางนั้นก็มีเสียงกีบเท้าม้าวิ่งเข้ามาใกล้และชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
ชายเฒ่ายกมือคลำหามีดสั้นในกางเกงเพื่อเตรียมป้องกัน
“เหล่าเฮ่อ!” ทั่วป๋าอวิ๋นจีลดมือเขาลงและเ