ดินขึ้นไปข้างหน้าพลางเอ่ยสั่ง “เจ้าออกไปก่อน!”
ฉู่สวินหยางและอิ้งจื่อควบม้าตามมาจากในตรอกด้านหลัง
องครักษ์นามเหล่าเฮ่อไม่ค่อยวางใจนัก แต่เห็นท่าทีเด็ดขาดของทั่วป๋าอวิ๋นจีจึงมิได้ขัด หันตัววิ่งไปเฝ้าถนนอีกฝั่งของตรอกอย่างรวดเร็ว เพื่อกันไม่ให้คนนอกเข้าใกล้
อิ้งจื่อก็อยู่เตรียมป้องกันอีกด้านของตรอกเองโดยไม่ต้องให้ฉู่สวินหยางเอ่ยสั่ง
“ท่านหญิงสวินหยาง!” ทั่วป๋าอวิ๋นจีเข้าไปทักทายด้วยสีหน้าไร้ซึ่งความอึดอัด
ฉู่สวินหยางพลิกตัวลงจากม้า สายมองการแต่งกายของนางอย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนจะยิ้มและเอ่ยอย่างไม่รีบไม่ร้อน “ยามนี้เจ้าอยากออกนอกเมืองก็แค่เอ่ยบอกข้าก็พอ ข้ารับรองว่ามิใช่เรื่องใหญ่ไม่ได้วุ่นวายอะไรแน่ ครั้งก่อนหากมิได้เจ้าบอกข่าวข้าก่อน เหยียนหลิงจวินอยากถอนตัวจากงานเลี้ยงรับรองก็มิใช่เรื่องง่าย บุญคุณครั้งนี้เป็นข้าที่ติดหนี้เจ้า แต่แค่…เจ้าแน่ใจหรือว่าจะออกไปยามนี้?”
ทั่วป๋าอวิ๋นจีวางตัวไม่ถูกไปเล็กน้อยเมื่อโดนนางรู้แผน เมื่อได้ยินเช่นนี้ก็ประหลาดใจตะลึงไป ในใจสงสัย ในยามเดียวกันก็ยิ้มเจื่อนๆ “ในเมื่อท่านหญิงรู้แผนของข้าแล้ว ข้าก็มิจำเป็นต้องปิดท่านต่อ สภาพของข้าตอนนี้ท่านเองก็น่าจะรู้ดี หากข้าไม่คิดวิธีหลีกหนีไปตอนนี้ ต่อไปเห็นทีคงจะไม่ได้โอกาสแล้ว! สภาพของข้ายามนี้ไม่มีตัวเลือกใดๆ ให้เลือก ข้าไม่สามารถนั่งรอเป็นหมากที่ผู้อื่นใช้เสร็จแล้วทิ้งได้”
“เจ้าไม่อยากเป็นหมากของผู้อื่น” ฉู่