สวินหยางผู้ย้อนคำของนาง สายตามองไปยังสุดขอบฟ้าที่อยู่ไกลออกไป ไม่นานก็เอ่ยถามขึ้นมา “เจ้ารู้ไหมว่าคนเช่นไรจึงจะหลุดพ้นจากชะตาเป็นหมากของผู้อื่นหรือไม่?”
ทั่วป๋าอวิ๋นจีคิดไม่ถึงว่านางจะถามเช่นนี้ เมื่อได้สติก็กลั้นหายใจทำหน้าสงสัย
ฉู่สวินหยางหันมามอง ริมฝีปากก็แฝงไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะพยักหน้าและเอ่ย “เจ้าเป็นคนฉลาด ในใจคงจะเข้าใจอย่างดี ข้าช่วยเจ้าครั้งนี้ ครั้งหน้าอาจมิได้มีชะตาเช่นนี้อีก ในโลกานี้ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการแย่งชิงกันเป็นใหญ่ ใครกันที่ไม่ได้มีชะตาเป็นหมากตัวหนึ่งของผู้อื่น ไม่เพียงแค่เจ้า ข้าเองก็เช่นนั้น หากเจ้าอยากหลุดพ้นจากชะตาการเป็นหมากของผู้อื่นนั้นมีเพียงทางเดียว นั่นก็คือขึ้นตำแหน่งสูงๆ มองผู้คนจากด้านบน ไปเป็นผู้เดินมากที่กำหนดทางเดินหมากของตานั้น นอกจากนี้แล้ว มิมีทางเลือกอื่น!”
ทั่วป๋าอวิ๋นจีตะลึงไม่น้อย คำพูดพวกนี้ของฉู่สวินหยางตามจริงนางก็เข้าใจทั้งหมด แต่แค่ไม่กล้าคิด และไม่กล้าพูดออกมาเท่านั้น
ในตอนนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนโดนฉู่สวินหยางจับต้นชนปลายได้หมด จู่ๆ ทั่วป๋าอวิ๋นจีก็ลนขึ้นมา
อารมณ์ในใจผันแปรไปอย่างรวดเร็ว สุดท้าย นางจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาสบสายตากับฉู่สวินหยาง “เรื่องแบบนี้ พอทำจริงใช่เป็นเรื่องง่าย ท่านหญิงมีความมั่นใจและปณิธานอันยิ่งใหญ่เช่นนี้จะไปเป็นหมากให้คนอื่นใช้งานหรือ?”
“ข้าหรือ?” ฉู่สวินหยางคลี่ยิ้มเป็นประกาย
นางส่ายหัว ทิ้งใบหญ้าในมือที