ตอนนั้นองค์ชายสามผู้ฉลาดเฉลียวอนาคตก้าวไกล และอดีตผู้นำตระกูลแห่งจวนอ๋องฉางซุ่นอย่างซูจิ่นรั่ง ก็เสียชีวิตลงหลังจากที่ซูหว่านเกิดขึ้นได้ไม่นาน อีกอย่างเองหากแม้นซูจิ่นรั่งไม่เสียชีวิตไปก่อน ชื่อเสียงของบ้านสกุลซูก็คงไม่ตกต่ำได้ไวถึงเยี่ยงนั้น แบบนี้…
ฮ่องเต้เองก็ไม่จำเป็นรีบต้องคิดแผนการเพื่อยึดฐานันดรของบ้านสกุลซูแล้ว
เหตุการณ์แบบนี้แสดงให้เห็นแล้วว่า…
ราวกับเรื่องทั้งหมดนี้มันเกี่ยวข้องกับดวงชะตาของซูหว่านอย่างใหญ่หลวง
เมื่อฟังถึงตรงนี้ความรู้สึกนึกคิดของฉู่อี้อันก็มาถึงจุดสูงสุด จากนั้นวางถ้วยชาลงอย่างไม่แยแส จากนั้นลุกขึ้นยืน “ท่านพ่อ เมื่อคืนข้าอยู่ในวังมาทั้งคืน ตอนนี้ข้าทนต่อไม่ไหวแล้ว ในเมื่อร่างกายของท่านพ่อหาได้มีอันตรายอันใดอีกไม่ ถ้างั้นโปรดอนุญาตให้ข้าได้ลาไปก่อนได้หรือไม่พะยะค่ะ?”
ฮ่องเต้ตกอยู่ในภวังค์ความนึกคิดของตนเอง ได้ยินคำพูดนั้นก็ปิดเปลือกตาลงอย่างไม่สนใจ พลางพยักหน้ากล่าวขึ้นว่า “เจ้าเหนื่อยก็กลับไปพักเถิด!”
“ขอบพระทัยพะยะค่ะท่านพ่อ!” ฉู่อี้อันกล่าว โค้งตัวทำความเคารพ “งั้นข้าพาสวินหยางกลับไปด้วยกันเลยพะยะค่ะ นางจะได้ไม่ต้องมารบกวน!”
ฮ่องเต้มองเขาหนึ่งครั้ง สีหน้าและแววตาเปลี่ยนไป แต่ก็พยักหน้าตอบอย่างรวดเร็ว
เมื่อฉู่อี้อันออกมา ฮ่องเต้ก็แทบจะเข้าใจเรื่องทุกอย่างแล้ว พลางมองไปยังหยางเฉิงกังที่คุกเข่าอยู่ด้วยสายตาที่เจ้าเล่ห์ แล้วพูดขึ้นว่า “เมื่อคืนเกิดอุบัติเ