เฝ้าได้ทุกคน
จากเรื่องครั้งก่อนที่ผ่านมานั้น ฉู่หลิงอวิ้นผู้ซึ่งควรโดนหลัวฮองเฮาถีบไสไล่ส่งเป็นคนแรก แต่นางกลับรู้ใจหลัวฮองเฮา แสดงละครร้องขอความเห็นใจ ยังไม่ทันถูกลอยแพ ก็ได้รับความไว้ใจจากหลัวฮองเฮาอีกครั้งเสียได้
แม่หญิงผู้นี้ช่างสุดยอดหาที่ใดเปรียบเสียจริง!
“ใช่!” ฉู่สวินหยางเอ่ยชื่นชมขึ้นในใจ ใบหน้ากลับยิ้มอ่อนโยน กล่าวขึ้นว่า “วันมงคลของท่านพี่ก็ใกล้เข้ามาแล้ว หากได้รับบารมีของเสด็จย่าไปบ้าง ในภายภาคหน้าไม่ว่าจะทำเรื่องใดก็จะประสบความสำเร็จ ได้รับความโชคดีกันถ้วนหน้าแน่นอน”
หากหลัวฮองเฮามีบุญบารมีที่สามารถพึ่งพาได้จริง ฉู่หลิงอวิ้นเองก็คงไม่ตกตะกรำลำบากถึงเพียงนี้หรอก
สีหน้าของฉู่หลิงอวิ้นเริ่มเปลี่ยนไป นางควบคุมอารมณ์ที่อุตส่าห์ปิดกั้นเอาไว้ในใจตั้งนานไม่ได้ จนแทบจะปะทุออกมาในทันที
ฉู่สวินหยางเห็นสีหน้าท่าทางนางเปลี่ยนไป ก็หยุดการกระทำของตนไว้แค่นั้น แล้วหันไปนั่งลงบนที่นั่งด้านข้าง
หลัวฮองเฮารู้อยู่แล้วว่าฉู่สวินหยางและฉู่หลิงอวิ้นไม่ค่อยถูกชะตากันนัก บทสนทนาประชดประชันเมื่อครู่เอง ก็ไม่ต่างอะไรกับคำพูดถกเถียงกันระหว่างผู้หญิง พระองค์เองก็หาได้สะดวกที่จะออกหน้าเข้าข้างใครไม่ จึงทำหน้าไม่สบอารมณ์ไปหน่อยเท่านั้น
ฉู่หลิงอวิ้นแพ้อย่างไม่ยินยอม แต่ใครที่ไหนเขาจะยอมง่ายๆ แบบนี้กันเล่า พลางหันไปเอ่ยขึ้นกับหลัวฮองเฮาว่า “เสด็จย่าเพคะ ทรงเรียกให้ท่านหญิงสวินหยางเข้าเฝ้าตั้งแต่เช้าตร