“เกิดเรื่องอันใดขึ้น?” ซูหลินถามเสียงระคนโมโห
องค์รักษ์ที่คุมกันอยู่ด้านนอกต่างก็เตรียมการคุ้มกัน ก่อนคนสนิทของเขาจะเปิดประตูรถ กล่าวว่า “ซื่อจื่อ ด้านหน้ามีคนสู้กันขอรับ เหมือนว่ารถคันนั้นก็เพิ่งจะออกจากงานเลี้ยงวังหลวงเช่นกัน พวกเราจะทำอย่างไรกันดีขอรับ?”
ขณะพูดก็กล่าวเพิ่มอีกประโยคด้วยความกังวล ”ทั้งสองกลุ่มดูอย่างไรก็เป็นคนที่มีฝีมือไม่ธรรมดา!”
หมายความว่า นี่ไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน
คืนสิ้นปี คนที่เข้าวังร่วมงานเลี้ยงของแคว้นในวันนี้ได้นั้นอย่างน้อยก็ต้องเป็นขุนนางระดับห้าขึ้นไป แต่ก็กลับเกิดเรื่องลอบสังหารอย่างโจ่งแจ้งกลางเมืองหลวงเช่นนี้?
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเรื่องนี้หาใช่เรื่องธรรมดาไม่
แววตาของซูหลินนิ่งไปชั่วครู่ รีบกวาดสายตามองไปรอบๆ ถนนสายนี้ ก่อนจะหน้าเปลี่ยนสี กล่าวอย่างโมโห “นี่ไม่ใช่ทางกลับจวนนี่!”
ซูหว่านนั้นตกใจตามไปด้วย
“ซื่อจื่อโปรดระงับความโกรธ” องค์รักษ์คนนั้นกล่าวด้วยเกรงกลัว “ตอนพวกเราออกจากวัง รถม้าแต่ละจวนก็ล้วนออกตามกันมา ถนนด้านตะวันออกนั้นจึงแน่นขนัด ข้าน้อยเห็นท่านเร่งรีบจึงตัดสินใจมาทางนี้เองขอรับ”
องค์รักษ์ผู้นี้รับใช้ซูหลินมาหลายปี นับว่าเชื่อถือได้ แม้ว่าจะยังไม่วางใจ แต่เมื่ออธิบายมาเช่นนี้ก็นับว่าสมเหตุสมผล
“รถม้าสองคันนั้น…” ซูหว่านนั้นยังคงจมอยู่กับความคิด มองไปด้วยความสงสัย ก่อนหัวใจนางจะบีบรัดอย่างแรง “พี่ใหญ่ บนรถคันนั้นเหมือนจะมีตราสัญลักษณ์ของรา