ล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่วายมีเหงื่อเย็นผุดตามร่างกาย
เขาก่นด่าอยู่ในใจ รู้ว่ามีคนจับตามอง จึงไม่กล้าที่จะลองหนี
ซูหว่านที่ตัวสั่นหลบอยู่หลังเขา พูดเสียงสั่นว่า “พี่ใหญ่ คนพวกนี้สังหารคนไม่ได้หมายจะเอาชีวิต พวกเราควรจะทำอย่างไรดี?”
ซูหลินมองไปรอบกาย วันนี้เขามีองค์รักษ์ติดตามมาสี่สิบกว่านาย ให้สกัดคนชุดดำไว้ชั่วครู่ก็คงไม่มีปัญหาอะไร เพียงแต่ฝ่ายตรงข้ามกลับน่ากลัวดุดัน ทั้งยังล้วนมีฝีมือ ดูอย่างไรก็ไม่น่าจะเอาชนะได้ ภายใต้สถานการณ์จนมุมเช่นนี้ ในที่สุดก็ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ โบกมือกล่าว “ถอยไปยังด้านในตรอด”
ตัดสินเอาจากสถานการณ์ตรงหน้า เพื่อที่จะรักษาชีวิตจึงไม่สนใจเรื่องความแค้นส่วนตัวก่อนหน้านี้แล้ว มีเพียงต้องร่วมมือกับทั่วป๋าไหวอันเท่านั้น จึงจะสามารถดึงเวลารอจนกำลังเสริมมาถึง
ซูหลินดึงซูหว่านวิ่งนำไปก่อน
ทางฝั่งของทั่วป๋าไหวอันนั้นถูกมือสังหารกว่ายี่สิบคนล้อมโจมตี องค์รักษ์ของเขามีมาก ทว่าเวลานี้พละกำลังที่มีอยู่คงจะรั้งได้ไม่เกินหนึ่งเค่อเท่านั้น หกสิบคนหายไปกว่าครึ่ง เขานั้นก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว บนไหล่และบริเวณเอวต่างก็มีบาดแผล ถึงแม้จะไม่ถูกจุดสำคัญ แต่เพราะว่าเสียเลือดมาก จึงสูญเสียกำลังภายใน ใบหน้านั้นไร้สีเลือดไปครึ่งหนึ่งแล้ว
ทั่วป๋าอวิ๋นจีถูกองค์รักษ์สองคนคุ้มกันอยู่ พิงอยู่ด้านข้างของรถม้า ท่าทีที่ทั้งหวาดกลัวและกดดันมองไปยังการต่อสู้ที่เกิดตรงหน้า ลอบขบริมฝี