ปากจนมีเลือดไหลซิบออกมา
ท่าทางของนางดูคล้ายกับสามารถรักษาท่าทีไว้ได้อยู่ แต่ตัวนางกลับรู้ดีว่า เหตุการณ์ลอบสังหารที่จู่ๆ ก็เกิดขึ้นนี้ เป็นการข่มขู่ให้นางรับความรู้สึกถึงความตายที่อยู่ตรงหน้า
ซูหลินดึงซูหว่านเข้ามา
ทั่วป๋าไหวอันที่กำลังพยายามต่อสู้นั้นมองเห็นเขา แต่ก็ไม่ได้มีท่าทียินดีขึ้นมาสักนิด
ซูหลินกลับโกรธเกรี้ยว คำรามเสียงดัง “พวกเจ้าใจกล้านัก ไม่รู้หรือว่าพวกข้าเป็นใครกัน? กล้าทำเรื่องเปิดเผยใกล้เท้าฝ่าบาท ลอบสังหารขุนนางต่างแคว้นและเชื้อพระวงศ์ พวกเจ้ายังมีสมองอยู่หรือไม่?”
มือสังหารพวกนั้นกลับไม่ฟังคำขู่ของเขาแม้แต่น้อย ทั้งยังลงมืออย่างเหี้ยมโหดขึ้นไปอีก
ทั่วป๋าไหวอันนั้นกวาดสายตามอง สายตาเหยียดหยันนั้นราวกับดูตัวตลกก็มิปาน…
คำพูดไร้สาระเช่นนี้เขาไม่คิดที่จะถาม เพราะว่าหากเป็นดั่งที่ซูหลินกล่าว ที่นี่คือเมืองหลวงใกล้หูใกล้ตาฝ่าบาท คนที่กล้าลงมือกับเขาอย่างเปิดเผยเช่นนี้ แทบไม่ต้องคิดมากในใจเขาก็มีคำตอบอยู่แล้ว
แต่ว่าฝีมือที่ร้ายกาจของอีกฝ่ายกลับทำให้เขาตระหนักถึงอันตรายที่เกิดขึ้นตรงหน้า ไร้ซึ่งความหวัง ทำได้เพียงพยายามต่อสู้เอาชีวิตรอดอย่างสุดกำลังเท่านั้น
การสังหารที่ดุเดือดนั้น ในขณะเดียวกัน บนหลังคาของเรือนเล็กในซอยด้านหนึ่งนั้นได้มีคนผู้หนึ่งยืนอยู่อย่างเงียบเชียบ
เสื้อคลุมคอกว้างสีดำ ตะเข็บสีดำ ตรงมือก็เป็นผ้าทอหยาบสีดำเช่นกัน เพียงแต่ตรงปลายแขนเสื้อนั้นมีปลายนิ้วส