ักคำ การตั้งแง่ตั้งงอนของนางนั้น แม้แต่จะอาศัยฉู่อี้อันมาสอนนางด้วยใบหน้าจริงจังก็ใช้ไม่ได้ผล ท้ายที่สุดแล้ว ดีที่ประจวบเหมาะกับเทศกาลชีซี[1] เขาตะล่อมนางอยู่นานกว่านางจะยอมไปเดินเที่ยวงานวัดกับเขา เรื่องนี้จึงจบลงไปได้ด้วยดี
เวลานี้ผ่านไปหลายปีแล้ว ยากนักที่จะพบนางอารมณ์เสีย เห็นได้ชัดว่ามีคนไปแหย่รังแตนเข้าให้แล้ว
ฉู่ฉีเฟิงที่กำลังคิดนั้นสติไม่อยู่กับตัว
ฉู่สวินหยางที่ถูกเขาจ้องอยู่พักใหญ่ ถึงแม้จะแค่ถูกมอง แต่นางก็ไม่ปล่อยผ่านไป มองกลับไปด้วยความขุ่นเคือง“ท่านพี่ อย่าบอกนะว่าท่านเมาสุรา? เหตุใดจึงจ้องมองข้าเช่นนี้เล่า?”
ฉู่ฉีเฟิงหัวเราะร่า ดึงสติกลับมาก่อนจะยื่นถ้วยชาส่งคืนให้นาง “เห็นเจ้าเป็นเช่นนี้ ก็เลยคิดว่าข้าทำอะไรผิดต่อเจ้าไปน่ะสิ!”
ฉู่สวินหยางมึนงง ก่อนจะเริ่มรู้สึกเขินอายขึ้นมาเล็กน้อย พอคิดได้ว่าคนที่นั่งตรงข้ามนางคือฉู่ฉีเฟิงท่าทีก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นไม่แยแสอะไร ก่อนจะหันหน้าหนีไม่สนใจเขา
ฉู่ฉีเฟิงส่ายหน้าอย่างหมดหนทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรเขาก็ไม่เคยไล่เอาคำตอบ เขาค่อยๆหลับตาลงครุ่นคิด
เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเหยียนหลิงจวิน ข่าวคราวที่เขาได้ยินมาช่วงนี้ก็มีไม่น้อย ว่ากันตามเหตุผลแล้ว พวกเขาเป็นพี่น้องกัน เป็นความห่วงใยที่พี่ชายมีต่อน้องสาว ระหว่างเขาและฉู่สวินหยางหากแม้ต้องพูดตรงไปตรงมาในเรื่องนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นการก้าวก่ายมากมายแต่อย่างใด เพียงแต่เขาไม่อยากจะเอ่ยปาก ยิ่ง