“ความหมายของเจ้าก็คือ… ปลดลูกคนโตแล้วแต่งตั้งลูกอีกคน จากนั้นก็สนับสนุนหลัวอี้ขึ้นครองราชย์แทนอย่างนั้นรึ?” เหยียนหลิงจวินคิดพิจารณา ทนไม่ไหวถอนหายใจพลางพูดว่า “หญิงผู้นี้มือยาวสาวได้สาวเอา นางไม่คิดว่าตนโลภมากไปหน่อยหรือ?”
“พูดถึงประเด็นนี้ ฮองเฮาและฝ่าบาท สองสามีภรรยาสามารถพูดได้ว่าต่างคนต่างไม่ด้อยไปกว่ากัน” ฉู่สวินหยางพูด “ตั้งแต่ต้นจนจบต่างต้องการควบคุมผู้อื่นให้อยู่ภายใต้อำนาจตน หากคิดดูดีๆ ตอนนี้ฮองเฮามีพระชนมพรรษาขนาดนี้พยายามจะทำเรื่องเหล่านี้นางจะสามารถทำเช่นนี้ได้อีกนานแค่ไหนกันเชียว”
“ฮ่องเต้องค์นี้ก็ทรงเป็นผู้บุกเบิกแว่นแคว้น กว่าจะได้มานั่งบัลลังก์ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ทรงมีอำนาจอยู่ในมือก็ปรารถนาว่าตนจะแข็งแกร่งกว่าผู้อื่น” เหยียนหลิงจวินพูดพลางเงยหน้ามองท้องฟ้า “ท่านอาจารย์ดื่มมากไปแล้ว ข้าขอตัวไปส่งอาจารย์กลับก่อน ข้าจึงมาบอกลาเจ้าสักหน่อย”
“อืม!” ฉู่สวินหยางพยักหน้าไม่ได้ห้ามอะไร “เช่นนั้นท่านก็รักษาตัวด้วย!”
ภายในมีความหมายแอบแฝง เหยียนหลิงจวินได้ฟังก็เข้าใจ
“ไม่เป็นไร! เรื่องภายในตำหนักเจาเต๋อเพิ่งเกิดเรื่องขึ้นได้ไม่นาน ภายในเวลาอันสั้นพวกเขาจึงต้องการหลีกเลี่ยงความน่าสงสัย คงไม่ทำเรื่องเสียหายแน่นอน!” เขายิ้มแล้วเงยหน้าใช้มือลูบผมม้าบนหน้าผากของนาง
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเขาดูเหมือนว่าจะเป็นติดนิสัย มักคิดว่าทุกครั้งที่สัมผัสเส้นผมนางทำให้เขารู้สึกดี เส้นผมมีสัมผ