ัสที่นุ่มนวลสลวย หลังจากที่สัมผัสผมที่หนานุ่มทำให้เขาคิดฟุ้งซ่าน ยิ่งทำให้นางยิ่งน่าดึงดูดใจช่างมีเสน่ห์ยิ่งนัก เขาตามองต่ำลง รอยยิ้มยิ่งลึกซึ้งแน่นแฟ้นมากขึ้น
ฉู่สวินหยางไม่เคยคิดว่าเขาจะคิดมิดีมิร้าย เพียงแต่นางรู้สึกแปลกประหลาดจึงถอยหลังหนึ่งก้าว นางอุตส่าห์จัดแต่งทรงผมอย่างดีกลับถูกเขาทำเสียทรงหมด
หลังจากที่เหยียนหลิงจวินบอกลาฉู่สวินหยาง เขาก็พยุงเฉินเกิงเหนียนที่เมามายไม่ได้สติออกจากวัง พอกำลังจะแบกเขาขึ้นรถม้าก็เหลือบไปเห็นต้นหลิวด้านข้างที่ลู่กิ่งก้านสาขาลงมา ใต้ต้นมีเงาคนกำลังเดินตรงมา
ไม่ใช่ใครอื่นใดแต่เป็นฉู่ฉีเหยียน
แม้ว่าเขาทั้งสองความคิดไม่ตรงกัน แต่นี่กลับเป็นครั้งแรกที่บังเอิญเดินมาเจอหน้ากัน
เหยียนหลิงจวินยิ้มมุมปาก เขารู้ว่าคนๆ นี้จงใจเดินตรงเข้ามาไม่หลบลี้หนีหน้า แสร้งสั่งการอิ้งจื่อแล้วหันหลังกลับไปคำนับ
“ช่างบังเอิญนัก ซื่อจื่อกำลังรออยู่ที่นี่เพื่อส่งข้าออกจากวังเช่นนั้นหรือ?” เหยียนหลิงจวินยิ้ม
ฉู่ฉีเหยียนยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มเสแสร้งแกล้งทำ ฉีฉู่เหยียนมองซื่อจื่อ น้ำเสียงยังคงสงบนิ่งและมั่นคงพลางพูดว่า “ช่างบังเอิญยิ่งนัก ตอนที่หรงเฟยเป็นลมหมดสติก็ช่างเหมาะเจาะอะไรเช่นนี้เชียว?”
ทั้งสองจ้องมองตาฝ่ายตรงข้ามตาต่อตาฟันต่อฟัน
ในค่ำคืนที่ขุ่นมัวราวกับหมู่ดาวไร้แสงท้องฟ้ามืดมิดดุจความอำมหิตเยือกเย็น
เหยียนหลิงจวินยอมรับเรื่องที่ฉู่ฉีเหยียนซื่อจื่อกำลังทดสอบเขาอย่างตร