งไปตรงมา
เขาก้มหน้าแล้วเงยหน้าขึ้นมา นัยน์ตาแสร้งยิ้มไม่หยุด แล้วถามกลับไปว่า “เช่นนั้นแล้วจะทำไม?”
“เจ้าวางแผนจะทำร้ายหรงเฟยอย่างนั้นหรือ?” ฉู่ฉีเหยียนถามด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น ระหว่างที่กำลังพูดสายตาของเขาจ้องมองเหยียนหลิงจวินอย่างฉับพลัน และพยายามมองผ่านสายตาของเขาว่ามีจุดด่างพร้อยหรือไม่
แต่ก็ไร้ประโยชน์ สายตาของเหยียนหลิงจวินดูเป็นปกติ เขาเพียงยิ้มแต่ไม่พูดอะไร
ฉู่ฉีเหยียนไม่สามารถทำอะไรได้จึงทำได้เพียงแค่พูด “แม้ว่าก่อนหน้านั้นไม่กี่วันเจ้าไปตำหนักของหรงเฟยครั้งหนึ่ง แต่ด้วยความสามารถของเจ้า หากว่าวางแผนคิดจะทำร้ายนางเรื่องนี้คงไม่ยากน่ะสิ? หรือไม่ก็…”
พอพูดจบขณะที่กำลังจะอ้าปากพูด น้ำเสียงนั้นที่แฝงไปด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นเอ่ยว่า “เจ้าใช้ใต้เท้าหลี่เป็นเครื่องมือเช่นนั้นรึ? ทุกวันยาที่หรงเฟยจะต้องดื่มบำรุงครรภ์จะต้องผ่านมือเจ้าก่อน เจ้านั่งอยู่บนตำแหน่งสูงสุดที่ได้รับมา ขณะที่ใต้เท้าหลี่ไม่รู้เรื่องที่เจ้ากลับวางแผนคิดร้ายวางยาหรงเฟย นี่คงมิใช่เรื่องยากสำหรับเจ้าเลย!”
ทั่วป๋าหรงเหยาเป็นลมหมดสติกะทันหัน ไม่มีใครคาดคิด ดูจากปฏิกิริยาของฝ่าบาทแล้วก็ไม่น่าใช่การกระทำของพระองค์
ฉะนั้นแล้วตอนนี้มีเพียงความเป็นไปได้เดียวคือ…
เรื่องนี้มาจากฝีมือของเหยียนหลิงจวิน เป็นเขานั่นเอง!
จะต้องเป็นเขาที่ใช้ยาชนิดหนึ่งที่สามารถควบคุมทั่วป๋าหรงเหยาไว้ แล้วบังเอิญทำให้ทั่วป๋าหรงเหยาเป็นลมล้มลงไปแ