่ยว!”
“อืม!” ฉู่สวินหยางยิ้มให้เขาและไม่ขัดข้อง
ระหว่างนั้นบนลานกว้างที่ยุ่งเหยิงก็ถูกควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ บนพื้นรกรุงรัง บริเวณนั้นเกลื่อนด้วยกระบอกไม้ไผ่ ประทัด ในอากาศคละคลุ้งด้วยกลิ่นดินปืนและยังมีกลิ่นไหม้หลงเหลืออยู่
ฉู่สวินหยางเร่งรีบเดินไปดู
ฮองเฮาถูกรายล้อมผู้คนต่างเบียดเสียดกัน หัวหน้าขันทีที่ดูแลรับผิดชอบพลุบริเวณลานกว้างและแม่นมระดับอาวุโสคุกเข่าสีหน้าตระหนกตกใจ
นอกจากนี้ยังมีเหล่าท่านหญิงที่ถูกสาวรับใช้ประคองสภาพมอมแมม หลายคนเสื้อคลุมถูกประกายไฟพุ่งมาใส่ไหม้เป็นรู แม้นสะเก็ดไฟกระเด็นมาโดนแต่ก็ไม่ถึงกับบาดเจ็บ ทว่าเหล่าท่านหญิงที่ฐานะร่ำรวยถูกเลี้ยงตามใจตั้งแต่วัยเยาว์ยังคงผวาไม่หาย แต่ละคนต่างสีหน้าซีดเซียว บ้างก็ซุกในอ้อมแขนมารดา บ้างก็ซบไหล่สาวรับใช้ร้องห่มร้องไห้
ภายในนั้นมีสองคนที่บาดเจ็บสาหัส หนึ่งในนั้นคือหญิงชุดสีมรกตที่ยืนข้างฮองเฮาเสนอขอไปเที่ยวเล่น ท่านหญิงสามตระกูลหลัวนามว่าหลัวอวี่ก่วน อีกคนคือท่านหญิงตระกูลข่งลูกสาวเสนาบดีการคลัง ทั้งสองเสื้อผ้าบางส่วนไหม้เกรียม กระทั่งเส้นผมบางส่วนของหลัวอวี่ก่วนก็ถูกเผาไปไม่น้อย บนใบหน้าเปื้อนควันเขม่า หลังมือยังมีรอยแผลเห็นได้ชัดเจน
เช่นนี้แล้วถือเป็นเรื่องปั่นป่วนวุ่นวายยิ่ง
ขันทีที่เกี่ยวข้องคุกเข่าลงบนพื้นสายลมพัดโชย น้ำเสียงสั่นเครือพลางก้มหัวรับโทษ “ฮองเฮาโปรดไว้ชีวิตด้วย ข้าน้อยเลินเล่อ ข้าน้อยสมควรตาย!”
“พวกเจ้า