้ ปัญหาในครั้งนี้จะว่าไปก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ถึงอย่างไรก็ตามก็คงไม่มีคนสืบสาวภูมิหลังเจ้าแล้วเล่นงานเจ้า อนาคตเจ้าคงมีหน้าที่การงานที่สดใสราบรื่นมากขึ้น”
“องค์ชายก็พูดไป การเป็นหัวหน้าหมอหลวงประจำสำนักหมอหลวงเป็นตำแหน่งที่สบาย เราจะไม่คุยเรื่องอนาคตด้านหน้าที่การงาน” เหยียนหลิงจวินพูด “แต่ข้าต้องพึ่งพาบารมีผู้สูงศักดิ์ จะต้องได้พึ่งพารับความช่วยเหลือสนับสนุนจากท่านอ๋องรุ่ย”
ฉู่อี้เจี่ยนตะลึง หันไปมองเขาด้วยความงงงวย “เจ้าเตรียมจะอยู่ที่สำนักหมอหลวงต่องั้นรึ?”
“มิเช่นนั้นเล่า?” เหยียนหลิงจวินถามกลับ
ฉู่อี้เจี่ยนกลับพูดไม่ออก สายตามองเขาอย่างสับสน พอจะพูดสุดท้ายก็หยุดแล้วตบไหล่พูดว่า “เอาเถอะ เจ้าคงมีเหตุผลของเจ้า เขาก็คงไม่เข้าไปยุ่ง แต่ความสัมพันธ์ของเราก็จบลงตรงนี้แล้วกัน ข้าคงไม่เตือนไม่ได้ จงระวัง! ซูหลินไม่น่ากลัวนัก แต่ฉู่ฉีเหยียน เจ้าถูกจับตามองแล้วกลับไม่ใช่เรื่องดีนัก!”
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าฉู่อี้เจี่ยนก็ดูออกว่าจากกระทำเล็กน้อยที่แสดงในวันนี้เหล่านั้น
“รับทราบ ขอบพระคุณองค์ชายที่เตือน” เหยียนหลิงจวินยิ้ม แล้วก้มหน้าเล็กน้อยแสดงความซาบซึ้ง
ฉู่อี้เจี่ยนหัวเราะ สายตามองไปรอบด้านด้วยสายตาหวาดระแวง แล้วมองทั่วทั้วสี่ด้าน เห็นไม่มีคนก็ก้าวเท้าไปหนึ่งก้าว แสร้งเป็นพับคอเสื้อให้เรียบร้อยพลางพูดว่า “หากเจ้าสามารถเกลี้ยกล่อมสวินหยางหญิงสาวผู้นั้นให้เป็นภรรยาเจ้าก็ไม่เลว ความจริงแล้วตั