ขณะเดียวกัน หมอหลี่แห่งสำนักหมอหลวง ผู้มีคิ้วดกดำและใบหน้าเหลี่ยม อายุราวสิบสิบปีก็สาวเท้าเดินออกมาจากบรรดาหมอหลวง ก่อนจะคุกเข่าลงด้วยอารามหวาดหวั่น “ฝ่าบาทโปรดไตร่ตรอง กระหม่อมเพียงแค่ไปตรวจชีพจรให้พระสนมหรงเฟย เพราะรับบัญชาของฝ่าบาทมาเท่านั้น ทุกครั้งล้วนตรวจชีพจรต่อหน้าคนมากมาย เมื่อตรวจเสร็จสิ้นข้าก็ไป ไม่มีทางไปหาหาสู่ตำหนักพระสนมอย่างลับๆ แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”
เหยียนหลิงจวินเคยไปห้องนอนของทั่วป๋าหรงเหยาหนึ่งครั้ง และวันนั้นก็ไปเพราะได้รับบัญชาเร่งด่วนจากฝ่าบาท เพื่อสกัดชีพจรต่อหน้าฝ่าบาท
เป็นสตรีในวังหลวงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทุกคนล้วนขอให้ตนได้มีโอรสอยู่ข้างกาย ดังนั้นจึงมีธรรมเนียมที่ไม่ได้บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร โดยทั่วไปหากเจ้านายคนใดมีเรื่องน่ายินดี พวกนางล้วนฝากฝังหมอหลวงที่ตรวจพบชีพจรครรภ์ของนาง ภายหลังหากได้ฝากครรภ์ให้หมอหลวงคนใดแล้ว ก็จะไม่มีการเปลี่ยนหมอหลวงอีก
หลายวันมานี้เหยียนหลิงจวินไปรายงานตัวกับสำนักหมอหลวงตั้งแต่เช้า หลังจากนั้นก็นำยาสำหรับเด็กและกล่องยาออกไป ทุกคนจึงรู้กันว่าเขาไปตรวจชีพจรให้ทั่วป๋าหรงเหยา แต่กลับไม่เคยคิดว่านางไม่เคยเข้าวังหลัง และจัดการให้หมอหลวงหลี่ผู้ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ไปแทนเขาเป็นปกติ