้คนเฝ้าอยู่นอกประตูวังแต่ละด้านตลอดเวลา แต่เห็นได้ชัดว่าฉู่สวินหยางกับฉู่ฉีเฟิงก็เตรียมพร้อมมาเหมือนกัน ข้ามฉู่สวินหยางไปก่อน แค่เจ้าฉู่ฉีเฟิงจอมสอดรู้สอดเห็นไปซะทุกอย่างนั่น ถ้าหากเขาไม่ได้จัดการล่ะก็…
นั่นถึงจะเรียกว่าแปลก!
“ช่างเถอะ!” ชั่งน้ำหนักในใจอย่างรวดเร็ว ฉู่ฉีเหยียนตัดสินใจได้แล้ว “ไปจัดการบาดแผลให้เรียบร้อยก่อน อย่าให้ใครเห็น!”
ในวังเข้มงวดเรื่องการพกพาอาวุธเข้าออก ถึงแม้ตอนนี้เจี่ยงลิ่วจะเป็นคนลงมือ แต่ถ้าต้องสู้กันจริงๆ ฉู่ฉีเฟิงต้องกัดเขาไม่ปล่อยแน่ ถึงตอนนั้นเขาคงได้ไม่คุ้มเสีย
เพราะเป็นช่วงที่ผู้คนแต่ละฝ่ายในตำหนักกำลังโต้เถียงกันอย่างดุเดือดพอดี การกระทำลับๆ ล่อๆ ของเขาในมุมนี้จึงไม่ได้ดึงดูดความสนใจใครเท่าไหร่
หลี่หลินปิดบังอาการบาดเจ็บที่ข้อมือและถอยออกไปอย่างไร้เสียง
ฉู่ฉีเหยียนราวกับกำลังคิดบางอย่าง สายตามองข้ามทั้งท้องพระโรง ก่อนจะกลับมาหยุดที่ฝั่งตรงข้ามซึ่งฉู่สวินหยางกำลังก้มหน้าดื่มชาหน้าตาเฉยอีกครั้ง
สีหน้าของหญิงสาวสงบนิ่ง ท่าทางราวกับไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยสิ้นเชิง เพียงแค่ชายตามองเหยียนหลิงจวินที่ยืนอย่างโดดเดี่ยวอยู่ในห้องอุ่นจากมุมที่ไม่มีใครสังเกตเห็นเป็นบางครั้ง
ราวกับนางไม่ได้ตั้งใจเข้าไปยุ่งกับเรื่องคืนนี้ แต่นางส่งชิงหลัวออกไปนอกวังด้วยเหตุใดกัน? ถ้าแค่เพื่อกู้หน้าให้เหยียนหลิงจวิน แทนที่เขาจะวางใจลงบ้าง กลัวแต่ว่า…
ในใจฉู่ฉีเหยียนมีความไม่