สบายใจอยู่เลือนราง แต่เขากลับไม่ปล่อยให้ตนเองจมอยู่กับความไม่สบายใจนั้นนานนัก สงบสติอารมณ์ได้ในชั่วพริบตา จัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วลุกขึ้นมา เข้าไปตบบ่าปลอบทั่วป๋าไหวอันว่า “องค์ชายห้า ท่านร้อนใจเรื่องความปลอดภัยของพระสนมหรงเฟยก็มีเหตุผล ดังนั้นจะเข้าใจผิดไปก็เป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าจะปฏิเสธความหวังดีของฝ่าบาทเพราะเรื่องนี้ ทำลายมิตรภาพที่สร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากของเราทั้งคู่ จะไม่น่าเสียดายรึ?”
แต่ทั่วป๋าไหวอันกลับหัวเราะเยาะอย่างไม่ไยดี และสะบัดไหล่หลุดจากมือเขา
ฉู่ฉีเหยียนมีสีหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย ยังคงพยายามเกลี้ยกล่อมว่า “ตอนนี้พระสนมหรงเฟยจะเป็นหรือตายยังไม่รู้แน่ชัด ท่านก็จะพานางไปเช่นนี้ จะไม่เป็นการใส่ความฝ่าบาทโดยมิชอบรึ? สถานการณ์เมื่อครู่สับสนอลหม่าน ทุกคนต่างก็เป็นห่วงความปลอดภัยของฝ่าบาท ดังนั้นจึงยากที่จะหลีกเลี่ยงคำพูดที่รุนแรงเกินไปได้ ขอท่านโปรดอภัยให้ด้วย!”
เขาพูดไปก็ยกมือขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งที่ภายนอกเหมือนไม่ได้ออกแรงมากนัก แต่ที่จริงแล้วแอบใช้แรงตบบ่าทั่วป๋าไหวอัน
สายตาทั่วป๋าไหวอันเข้มขึ้นเล็กน้อย ราวกับในใจนึกบางอย่างขึ้นมาได้ แต่กลับลังเลไม่พูดไม่จาไปชั่วครู่
ทางด้านหมอคังเหมือนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ครุ่นคิดไปพร้อมกับชำเลืองมองปฏิกิริยาของฮ่องเต้เป็นระยะ แต่กลับเห็นสีหน้าฮ่องเต้เต็มไปด้วยความเคร่งขรึมและรำคาญใจ ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกใจสั่น พลันนึกขึ้นได้…