ฮ่องเต้เงียบกับเรื่องนี้มาได้พักใหญ่แล้ว
หัวใจหมอคังกระตุกไปทีหนึ่ง แล้วรีบกล่าวว่า “กระหม่อมโง่เขลาเบาปัญญา แต่ไม่ได้มีเจตนาจะสงสัยพระสนมหรงเฟยนะพะยะค่ะ พระสนมเป็นคนของฝ่าบาท จะวางแผนทำร้ายฝ่าบาทได้เชียวหรือ? ใต้เท้าเหยียนหลิง ท่านจงใจบิดเบือนคำพูดของข้า ทั้งยังด่วนสรุปแรงจูงใจของพระสนม หรืออยากจะยุแยงให้เราผิดใจกับโม่เป่ยแล้วเกิดสงครามขึ้นอีกงั้นรึ? ”
ตลอด 2-3 เดือนที่พี่น้องทั่วป๋าไหวอันถูกกักตัวอยู่ในเมืองหลวงนี้ ฝ่าบาทก็ปฏิบัติอย่างสมเกียรติแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เห็นได้ชัดว่าทรงอยากจะเจริญสัมพันธไมตรีกับโม่เป่ย
คนทั้งวังเป็นอย่างไร? เวลานี้พลันกระจ่างในทันที…
หากฮ่องเต้อยากจะลงโทษพี่น้องทั่วป๋าไหวอันจริง ก็ไม่น่าจะเงียบและสงวนท่าทีมานานขนาดนี้
ดังนั้น…
หรือฮ่องเต้ก็ไม่อยากให้คนโม่เป่ยมาพัวพันกับเรื่องนี้? หรือเพียงเพราะมือสังหารดันไปโผล่ที่ตำหนักของหรงเฟยจึงไม่อาจเมินเฉยได้?
ในใจของทุกคนตีกันสับสนวุ่นวาย คนที่ตั้งตัวได้เร็วก็พยายามออกหน้าไกล่เกลี่ยปรับความเข้าใจ
ฮ่องเต้หรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง สีหน้ายังคงเคร่งขรึมเหมือนมีเมฆฝนปกคลุม ไม่ได้จับจ้องไปที่ใครเป็นพิเศษ
ที่นี่วุ่นวายไปชั่วขณะ ต่างคนต่างพยายามหาทางรอดให้ทั่วป๋าไหวอันทุกวิถีทาง ใบหน้าทั่วป๋าไหวอันยังไม่ละความโกรธ แต่ถ้าในสถานการณ์แบบนี้หากเขายังไม่ยอมรับความหวังดีของคนอื่นไว้อีกก็เหมือนบังคับให้ตนเองเดินเข้าสู่ทางตันแล้ว ดังน