กความดีความชอบในครั้งนี้ แล้วต่อไปก็จะหาโอกาสลงมือได้สะดวกขึ้น!”
ฟังที่พูดแล้ว ด้านล่างก็มีคนยิ้มขึ้นมา “ท่านหมอคัง อยู่ที่สำนักหมอหลวงไม่ได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่งั้นรึ? คิดได้ละเอียดรอบคอบขนาดนี้ น่าจะลองให้ท่านมาเป็นผู้ว่าการศาลต้าหลี่กับศาลาว่าการพระนคร!”
เป็นที่รู้กันดีว่าถึงแม้สำนักหมอหลวงจะเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดฮ่องเต้ แต่กลับเป็นตำแหน่งที่ไม่ได้มีอำนาจจริง ถึงแม้จะมีเหยียนหลิงจวินซึ่งเป็นขุนนางระดับ 4[1]เป็นผู้รักษาการแทน แต่ในสายตาของขุนนางที่มีอำนาจหน้าที่จริงเหล่านั้น เขาก็เป็นแค่คนนอก
วันนี้ขุนนางชั้นผู้น้อยระดับ 6 อย่างหมอคังกล้าเข้าไปยุ่งวุ่นวายกลางท้องพระโรง ก็ถือว่าเสียมารยาทแล้ว
คนที่เอ่ยปากหยอกล้อคือฉู่ฉีเฟิง
เพียงเอ่ยออกไป คนมากมายก็หัวเราะในลำคอขึ้นมา
หมอคังหน้าแดงไปทั้งหน้า แต่กลับไม่รู้พูดอะไรต่อจึงชะงักไปชั่วครู่ ทำได้เพียงกัดฟันหันกลับไปพูดกับเหยียนหลิงจวินอีกว่า “อย่าหาว่าข้าคิดมากไปเลย เป็นตัวเจ้าเองที่มีเบื้องหลังน่าสงสัย ตอนแรกก็สวามิภักดิ์กับจวนรุ่ยอ๋อง แล้วก็เข้ามาสำนักหมอหลวง คนแบบเจ้าใครจะรับประกันได้ว่าไม่ใช่ไส้ศึกที่ศัตรูส่งมาและจงใจวางแผนร้ายเข้าใกล้ฝ่าบาท?”
ในบันทึกข้อมูลของสำนักหมอหลวง ถึงแม้เหยียนหลิงจวินจะมีประวัติส่วนตัวครบถ้วนสมบูรณ์ ทว่าสำหรับสามัญชนคนธรรมดาแบบเขาที่อยู่ดีๆ ก็โดดเด่นขึ้นมา…
คนมากมายต่างก็รู้สึกระแวงและสงสัย ถึงแม้ว่าควา