“หรงเฟย เจ้ากำลังตั้งครรภ์ จะวู่วามไปไย?” หลัวฮองเฮาสังเกตสีหน้าและคำพูด ด้านหนึ่งก็ปลอบฮ่องเต้อยู่ อีกด้านก็หันมาตำหนิอย่างไม่พอใจ
ทั่วป๋าหรงเหยาร้อนใจ น้อมคำนับต่อฮ่องเต้แล้วเอ่ยว่า “หม่อมฉันถูกปรักปรำ! ขอฝ่าบาทและฮองเฮาโปรดตัดสินด้วยเพคะ!”
“แต่หม่อมฉันกลับรู้สึกว่าที่องค์ชายสี่พูดมาก็มีเหตุผล” เต๋อเฟยที่ยืนอยู่ข้างฮองเต้กล่าว “หรงเฟย เจ้าเอาแต่พูดว่าตัวเองถูกใส่ร้าย แต่กลับมีนักฆ่าอยู่ที่ตำหนักของเจ้า อยู่ข้างกายเจ้า หากเจ้าไม่สามารถอธิบายเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน เกรงว่ายังไงก็คงจะฟังไม่ขึ้นน่ะสิ?”
ในใจทั่วป๋าหรงเหยายังคงร้องเรียก หาความเป็นธรรม
สาวใช้ที่ติดตามรับใช้นางอย่างใกล้ชิดก่อเรื่องแบบนี้ขึ้นมา อย่างไรเสียนางก็ไม่มีทางปัดความรับผิดชอบไปได้
เต๋อเฟยเห็นนางหมดหนทางกลบเกลื่อนคำโกหกของตนเอง ก็เอ่ยเสียงเย็นอีกว่า “ถูกใส่ร้ายอะไร ข้าว่าเจ้าวางแผนร้ายมาตั้งนานแล้ว มาถึงขั้นนี้ ข้าขอเตือนให้เจ้ายอมรับสารภาพอย่างว่าง่ายดีกว่า! เจ้าเป็นคนสั่งนางบ่าวชั่วนั่นให้ฉวยโอกาสลอบปลงพระชนม์ฝ่าบาทใช่หรือไม่?”
“เจ้าพูดจาเหลวไหล!” ทั่วป๋าหรงเหยาหน้าซีด ท้ายที่สุดแล้วก็เป็นเพราะอายุยังน้อยจึงหุนหันพลันแล่น ตะโกนตอบโต้เสียงแหลม แล้วลุกขึ้นตวาดด้วยสีหน้าโกรธแค้นทันที
“คุ้มกันเร็วเข้า!” เต๋อเฟยทำทีหวาดกลัวและขยับเข้าไปใกล้ฮ่องเต้อีก แล้วชี้นิ้วไปที่นางทันที
องครักษ์สิบกว่านายที่ถือทวนยาวอยู่ในมือก้า