ฉู่อี้เจี่ยนยังพูดไม่จบ องค์ชายสี่ฉู่อี้ชิงรีบเอ่ยปากต่อทันทีว่า “อย่างนี้เรียกว่าอะไรนะ? คนต่างถิ่นไว้ใจไม่ได้! คนรอบตัวเสด็จพ่ออยากเข้าใกล้ยังทำได้ยาก และหลายปีมานี้ก็อยู่อย่างสงบสุขกันมาตลอด ตอนนี้มีมือสังหารโผล่ที่ตำหนักของหรงเฟย ทั้งยังเป็นคนที่เจ้าพามาจากโม่เป่ย เจ้ากลับพูดอยู่คำเดียวว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับทางโม่เป่ยงั้นรึ? ในเมื่อไม่เกี่ยวข้องกับโม่เป่ย งั้นจะเป็นฝีมือใครได้อีกเล่า? นอกจากคนต่างถิ่นอย่างพวกเจ้าแล้ว ใครจะมีแรงจูงใจก่อเรื่องแบบนี้ขึ้นมาอีก?”
ไม่เหมือนกับฉู่อี้เจี่ยนที่พูดจาอ้อมค้อม เขาคนนี้ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ไม่ไว้หน้ากันแม้แต่น้อย
คนอื่นฟังแล้วทำเพียงแค่มองแต่ไม่พูดอะไรสักคำ…
โจวกุ้ยเฟยมารดาของฉู่อี้ชิงถูกถอดยศก็เพราะหรงเฟย เขาจะแค้นใจก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา
“แค่เพราะข้าเป็นคนต่างถิ่น พวกเจ้าก็เชื่อสนิทใจว่าข้าจะทำร้ายฝ่าบาทงั้นรึ?” ทั่วป๋าหรงเหยาอดรนทนไม่ไหวจนโต้แย้งเสียงดัง
“ไม่มีใครบอกว่าเจ้าทำ!” ฮ่องเต้ตรัสอย่างไม่สบอารมณ์
ถึงเขาจะมีนิสัยร้ายลึกอยู่บ้าง แต่เวลาปกติที่ไม่ฉุนเฉียวก็มี อย่างวันนี้ถูกลอบปลงพระชนม์อย่างโจ่งแจ้ง ตัวพระองค์เองก็เดือดดาลมากพออยู่แล้ว ตรัสเพียงแค่ประโยคเดียว ถึงแม้ไม่รุนแรง แต่ก็ทำให้คนที่อยู่ในงานเลี้ยงใจสั่นโดยพร้อมเพรียง
ทว่าเทียบกับเมื่อครู่แล้ว เห็นได้ชัดว่าท่าทีที่พระองค์มีต่อทั่วป๋าหรงเหยาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง