่งชิงดีกับใครเลย ก็ไม่ใช่เรื่องดีเท่าไร” ฉู่สวินหยางเอ่ย ก้มหน้ามองนิ้วมือของตัวเอง มุมปากกดยิ้มบางๆ “ฝีมืออย่างฮูหยินใหญ่ จะกดคนแซ่เหลยนั้นไม่ใช่เรื่องยาก ข้าเองก็คร้านจะไปยุ่งเกี่ยวกับสตรีพวกนั้น ยกให้นางจัดการไปดีกว่า ขอเพียงนางยอมออกแรง คนแซ่เหลยดิ้นไปไหนไม่หลุดหรอก”
ชิงเถิงแลบลิ้นใส่ “แบบนั้น ฮูหยินใหญ่อาจจะแค้นใจท่านก็ได้นะเจ้าคะ!”
“ไม่หรอก นางเป็นคนฉลาด!” ฉู่สวินหยางส่ายหน้าหัวเราะ จับกระโปรงให้เรียบร้อยแล้วลุกเดินเข้าไปด้านใน ตอนที่ผ่านตั่งนอนตัวยาว ก็หยิบเอาผ้าปักบุบผาที่อยู่ในสะดึงมาพิจารณาอย่างละเอียด พลางเอ่ยว่า “เรื่องนี้นางวางแผนเอาไว้เพื่อบุตรสาวตั้งแต่ทีแรกแล้ว ข้าก็แค่อำนวยความสะดวกให้นิดหน่อย หากว่านางไม่แยกแยะถูกผิด นางก็คงไม่มีวันได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้แล้ว”
ชิงเถิงไม่รู้สึกระแวงฮูหยินใหญ่เลย แต่ฟังที่ฉู่สวินหยางพูดก็มีเหตุผล จึงไม่เอ่ยมากความอีก
ระหว่างทางที่กลับเรือนหย่าถิง พอเดินไปถึงจุดที่ไร้ผู้คน หรูโม่ก็กดเสียงต่ำเอ่ยออกมาอย่างอดไม่ได้ “คุณหนู ท่านก็รู้ว่าท่านหญิงสวินหยางคิดยืมมือท่าน ใช้ท่านไปต่อกรกับชายารองเหลย หากว่าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป กลัวว่าสุดท้ายจะเป็นปัญหานะเจ้าคะ”
หรูโม่เป็นสาวใช้ที่ติดตามฮูหยินใหญ่มาแต่จวนเก่า สองคนโตมาด้วยกัน ดังนั้นคำเรียกขานจึงใช้เหมือนแต่ก่อนที่คุ้นเคย
ฮูหยินใหญ่ก้าวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ได้ยินดัง