สียสละตัวเองนี่? แต่…ใครจะคิดว่าฉู่หลิงอวิ้นจะไม่เห็นแม้กระทั่งราชโองการของฮ่องเต้อยู่ในสายตา?”
“แล้วตอนนี้ล่ะ? เจ้าจะทำอย่างไร?” เหยียนหลิงจวินถาม
“ข้า?” ฉู่สวินหยางยักไหล่อย่างไม่แยแส ฉีกยิ้มให้เขาทีหนึ่ง “มองเสือฟัดกันไง ข้าจะตั้งตาคอยชมเลยล่ะ”
ฉู่ฉีเหยียนละทิ้งสกุลซู นางก็ไม่เคยมีความคิดจะดึงสกุลซูมาเข้ากับฝั่งตนตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
เหยียนหลิงจวินไม่ตอบ เพียงมองนางอย่างเงียบๆ
“เจ้าไม่ต้องมามองข้าแบบนี้” ดวงหน้าของฉู่สวินหยางออกจะกระอักกระอ่วนเล็กๆ หัวเราะกลบเกลื่อน กล่าวว่า “อย่างที่เจ้าเห็น ความจริงข้าก็ไม่ชอบใจสกุลซูอยู่แล้ว และการเลือกซูหลินเป็นผู้สืบทอด ก็เหมือนการกำหนดชะตาที่ริบหรี่ของสกุลซูไว้แต่แรกแล้ว แต่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันที่ข้ารู้จัก…”
ฉู่สวินหยางกล่าว ก่อนจะส่ายหน้าอย่างลึกลับ
ฉู่เพ่ยเป็นคนไม่เอาญาติพี่น้อง เพื่อบัลลังก์แล้วเขาสามารถนั่งมองสกุลฉู่ทั้งหมดต้องพบเจอกับหายนะโดยไม่กระพริบตา ทั้งยังลงมือฆ่าลูกในไส้ของตัวเองได้ลง คนประเภทนี้…
จะนึกถึงความรู้สึกของขุนนาง? จะระลึกถึงความดีความชอบที่ช่วยพระองค์ให้ขึ้นนั่งบัลลังก์รึ?
เสร็จศึกย่อมต้องฆ่าโค เพียงแค่ยังไม่มีโอกาสที่เหมาะๆ เท่านั้นเอง!
ความคิดหวนนึกย้อนไป อารมณ์ของฉู่สวินหยางเริ่มดำดิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ
เหยียนหลิงจวินเห็นเข้า ในอกก็รู้สึกบีบแน่นไม่สบายตัว
เขาหยุดคิดพักหนึ่ง แล้วยื่นมือออกไป กุมมือสองข้างของฉู่สวินหยางที