สนุนจากสกุลซู ก็ต้องรีบถอนรากถอนโคนให้จบเรื่อง ไม่มีทางให้ข้าได้ประโยชน์อะไรเด็ดขาด”
ซูหลินกับซูหว่าน นับว่าพอมีปัญญาอยู่บ้าง แต่อุบายทางการเมืองและเล่ห์สนกลใน…
ยังห่างชั้นกันเหลือเกิน
การยกเลิกงานแต่งของฉู่หลิงอวิ้นกับสกุลซู คนตาดีที่ไหนก็มองออกทั้งนั้นว่ามีพิรุธ แต่เพราะมีราชโองการของฮ่องเต้กดไว้ ถึงได้ทำเป็นหูหนวกตาบอดไปเสีย
หากว่าฉู่หลิงซิ่วเกิดมาตายตอนนี้ นั่นต้องเป็นเพราะซูหลินไม่พอใจ แล้วลอบกำจัดนางแน่
ถึงเวลานั้นฮ่องเต้อาจจะไม่แสดงออกมากนัก แต่ในใจย่อมมีสะเก็ดแผลตกค้าง…
ว่าสกุลซูไม่เห็นราชโองการและอำนาจของพระองค์อยู่ในสายตา
จากนิสัยของพระองค์ มีหรือจะทนไหว? ความรุ่งเรืองของสกุลซูคงมาถึงทางตันแล้ว!
คงต้องชมเชยว่า แผนการของฉู่ฉีเหยียนสามารถตัดไฟแต่ต้นลม เลือกได้ประเสริฐยิ่งนัก
เหยียนหลิงจวินไม่ได้เอ่ยต่อ ขี่ม้าไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไร
ผ่านไปสักพักเขาก็เปิดปากอีกครั้งด้วยท่าทางครุ่นคิด “ฉู่ฉีเหยียนสามารถเลือกทางที่ง่ายกว่านั้น ความจริงเขาไม่ควรใช้ฉู่หลิงอวิ้นเป็นแต้มต่อตั้งแต่แรก เขาแต่งกับซูหว่านเองเลยก็จบแล้ว สุดท้ายจะได้ไม่ยุ่งเหยิงแบบนี้”
“จะว่าไปแล้ว…” ฉู่สวินหยางเม้มปาก หัวเราะออกมาอย่างอดไม่ไหว “ไม่ใช่ว่าฉู่ฉีเหยียนไม่เด็ดขาดหรอก มีคำพูดที่ว่าแม้เป็นพี่น้องก็ต้องแบ่งกำไรขาดทุนให้ชัดเจนไม่ใช่หรือ? เรื่องที่ต้องฝืนใจทำประเภทนี้ หากผลักให้ผู้อื่นได้ ก็ไม่จำเป็นต้องเ