อ่ยว่า “ข้าเพิ่งกลับมาถึง อีกเดี๋ยวต้องไปคารวะท่านพ่อที่ หากน้องห้ามีเรื่องอัดอั้นอยากร้องทุกข์ เช่นนั้นก็ไปพร้อมกันเลยเถอะ ทุกเรื่อง… ล้วนให้ท่านพ่อเป็นผู้ตัดสิน!”
ฉู่ฉีฮุยกระวนกระวายทันที ตั้งท่าจะปฏิเสธ ทว่าฉู่เยว่เหยียนกลับทำตาเป็นประกาย ถลึงตาใส่ฉู่สวินหยางทีหนึ่งอย่างดุร้าย “ดีสิ ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเจ้าจะแก้ตัวเรื่องนี้กับท่านพ่ออย่างไร!”
กล่าวจบก็เชิดหน้าเหมือนไก่ชนที่เย่อหยิ่ง หมุนตัวเดินจากไป
ฉู่ฉีฮุยอยากจะห้ามแต่ก็ไร้ปัญญา ขณะที่ร้อนรนจึงทำได้เพียงเบี่ยงประเด็นไปอีกเรื่องว่า “น้องรอง เหยียนเอ๋อร์ยังเล็กไม่รู้ความ เจ้าอย่าถือสาหาความกับนางเลย นาง…”
“จะเรื่องใดก็ให้ท่านพ่อตัดสินเถอะ พี่ใหญ่อย่าได้คิดมาก!” ฉู่ฉีเฟิงขยับยิ้มน้อยๆ คิดยืมมือของผู้อื่นมาจัดการเรื่องราวแทน
จากนั้นก็เดินผ่านเขาไป ส่งสายตาไปทางฉู่สวินหยาง เอ่ยว่า “เจ้าก็ไปพร้อมข้าเลยเถอะ!”
“ก็ได้!” ฉู่สวินหยางพยักหน้ารับ
พี่ชายน้องสาวจึงเดินเคียงไหล่ไปที่ส่วนหน้าของจวน
ฉู่ฉีฮุยอับจนหนทาง ได้แต่เดินตามหลังไป
————————————————————————