แม้ฉู่ฉีเฟิงจะดูเหมือนว่ากลับมากะทันหัน ทว่าฉู่อี้อันรับรู้ถึงการเดินทางของเขาแต่ทีแรกแล้ว ฉะนั้นวันนี้จึงกลับมาถึงจวนเร็วกว่าปกติถึงสองชั่วยาม เวลานี้กำลังนั่งอ่านจดหมายราชการต่างๆ อยู่ที่ห้องหนังสือของตัวเอง
แน่นอนว่าเขาคงไม่เรียกคนกลุ่มใหญ่เข้าไปด้านในทั้งหมด พ่อบ้านเฉิงเข้าไปรายงาน คนอื่นๆ ย้ายไปนั่งรอที่เรือนรับแขกข้างห้องหนังสือ ระหว่างนั้นฉู่ฉีฮุยพยายามจะอ้าปากพูดอยู่หลายครั้ง แต่ฉู่ฉีเฟิงทำเป็นมองไม่เห็น ไม่ให้เขามีโอกาสตัดเข้าประเด็นเลย
ส่วนฉู่เยว่เหยียนที่อยู่ด้านข้างก็เอาแต่จิกตามองฉู่สวินหยางเหมือนกับไก่ แทบจะกลืนนางเข้าไปทั้งตัวเพื่อระบายความโมโห
เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งเค่อ ฉู่อี้อันถึงสะสางกิจสำคัญในมือจนเสร็จ แล้วเดินเข้ามาในห้อง
“ท่านพ่อ!” ทุกคนรีบพากันลุกขึ้นแล้วทำการคารวะ
“อืม!” ฉู่อี้อันทำเสียงรับรู้เบาๆ ปฏิบัติต่อทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่ได้หันมองใครมากเป็นพิเศษ เพียงเดินตรงเข้าไปนั่งอย่างน่าเกรงขาม
สาวใช้ยกชาให้เรียบร้อยแล้วก็ล่าถอยออกไปอย่างรู้ความ
ฉู่อี้อันถึงได้เบนสายตาไปมองฉู่ฉีเฟิง เอ่ยว่า “เข้าวังไปพบเสด็จปู่ของเจ้าแล้วหรือยัง?”
“ขอรับ!” ฉู่ฉีเฟิงตอบ “เกี่ยวกับสถานการณ์ของค่ายทหารเมืองฉู่ในระยะนี้ มีหลายเรื่องที่แม่ทัพฮั่วฝากให้ลูกถวายรายงานแทน ลูกจึงเข้าวังไปเฝ้าพระองค์ก่อน!”
“อืม!” ฉู่อี้อันพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นก็ไม่ถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่ออีก
ฉู่ฉีฮุยคอยล