เสียงครางหอบหนักของบุรุษ กับเสียงสะอื้นแผ่วที่แยกไม่ออกว่าสุขสมหรือเจ็บปวดของสตรี บางครั้งฟังชัด บางครั้งฟังเลือน
ลมเหนือหวีดหวิว บางครั้งก็ม้วนเอาเสียงติดมา ก่อนกลืนหายไปกับหิมะโปรย เพิ่มความอบอุ่นในวันที่อากาศเย็นเยือก
ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าด้านในเกิดกิจกรรมอะไรขึ้น
ที่น่ากลัวกว่านั้น…
แม้เสียงของสตรีจะฟังไม่ค่อยถนัด แต่สำหรับคนที่อาศัยในจวนอ๋องหนานเหอมาเนิ่นนานกลับไม่รู้สึกแปลกหู
เหมือนมีสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมากลางศีรษะ
คนแซ่เจิ้งได้สติทันที ตวาดเสียงกร้าวว่า “ที่นี่หาไปรอบหนึ่งแล้วไม่เห็นเจอคน พวกเจ้าจะมายืนทื่ออยู่ตรงนี้อีกทำไม?”
น้ำเสียงของนางสูงแหลม ไม่ฟังสง่าเหมือนปกติทุกๆ วัน มีทั้งความร้อนรนและความเดือดดาลที่ไม่ปิดไม่มิด เสียงของนางดังมาก หนึ่งเพราะต้องการให้คนอื่นๆ แยกย้ายไปจากตรงนี้ สองคือคิดจะใช้มันร้องเตือนคนที่อยู่ในห้อง
“เอ่อ…เสียง…อืม…อะไร…” เสียงเคลิ้มฝันของสตรีขาดๆ หายๆ เหตุเพราะการสั่นสะเทือนที่กระตุ้นเร้ารุนแรง
“ไม่มี! เจ้าฟังผิดไป!” น้ำเสียงของบุรุษแหบพร่า ลมหายใจหอบกระเส่าแฝงความสุขสันต์และอิ่มเอม
สีหน้าของคนแซ่เจิ้งซีดเผือด ภาพเบื้องหน้าเลือนลางเหมือนจะลมจับ แม้จะมีป้ากู้ประคองไว้อยู่ แต่สองขาก็อ่อนยวบ ในสมองส่งเสียงอื้ออึงไปหมด
คนอื่นเงียบเป็นเป่าสาก หมุนตัวเตรียมแยกย้าย
เสียงในห้องนั้นทำให้ฝีเท้าที่หนักอึ้งของซูหลินยกขึ้นมาได้ ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปในเรือนราวกับพายุ