ทางด้านฉู่สวินหยางก็ลอบสังเกตการณ์เคลื่อนไหวของฉู่ฉีเหยียนอยู่ทุกขณะ ในใจพลันเข้าใจบางอย่าง…
เรื่องนี้ ซูหลินไม่ยอมเป็นคนเบื้อใบ้ให้โดนเอาเปรียบแน่ถึงได้ทำเรื่องใหญ่โตต่อหน้าธารกำนัล ในเมื่อความแตกต่อหน้าทุกคนแล้ว ต่อให้ปิดอย่างไรก็คงปิดไม่มิด ดังนั้นฉู่ฉีเหยียนจึงทำเป็นใจกว้างเปิดเผย เชิญให้พวกนางมาร่วมเป็นพยานเสียด้วยเลย
แต่ประโยคนั้นของเขาจงใจกันฉู่ฉีฮุยออกนอกวงแต่แรก เห็นได้ชัดว่า…
เขาพุ่งเป้ามาที่นาง!
“ท่านหญิงห้าเกิดเรื่องในจวนของข้า องค์รัชทายาททางนั้นกลัวว่าจะเข้าใจผิด” ฉู่ฉีเหยียนทำทีเอ่ยเป็นนัย พูดไปแต่มิได้ร้องขอความเห็นจากฉู่ฉีฮุย กลับหันมาทางฉู่สวินหยาง เอ่ยถามว่า “น้องหญิงสวินหยางคิดเห็นอย่างไรเล่า?”
ฉู่สวินหยางรอเขาอยู่นานแล้ว ทันทีที่ได้ฟังก็ส่งยิ้มเล็กๆ ให้ “ข้ารั้งอยู่ที่นี่ คงไม่รบกวนจวนเจ้ากระมัง?”
“เรื่องในจวนข้าไม่มีสิ่งใดต้องปกปิด!” ฉู่ฉีเหยียนตอบ เขาเองก็ไม่กลัว ในเมื่อซูหลินมาเยือนถึงที่แล้ว อย่างไรพรุ่งนี้ข่าวก็ต้องลือไปถึงในวังอยู่ดี คนจะรู้เร็วหรือรู้ช้าก็ไม่ได้ต่างอะไรกันมากมาย
“เช่นนั้น ก็ตามใจเจ้าบ้านแล้วกัน!” ฉู่สวินหยางกล่าว
ฮูหยินใหญ่ที่อยู่ข้างๆ ขมวดคิ้ว รั้งแขนเสื้อนางไว้อย่างไม่สบายใจ เอ่ยด้วยความลังเลว่า “ข้าอยู่เป็นเพื่อนเจ้าดีกว่า ต้องกลับจวนดึกๆ ดื่นๆ ผู้หญิงคนเดียวเดินทางไม่ปลอดภัย”
พวกคนจวนอ๋องหนานเหอมีแต่พวกเสือกระหายหิว ไม่อาจไม่ป้องกัน