าน จวนของพวกเรามีเรื่องภายในให้จัดการเล็กน้อย วันนี้ต้อนรับบกพร่องไป ขอทุกท่านโปรดอภัยด้วย!”
ผู้ที่ยืนอยู่ตรงนี้มีใครบ้างเป็นคนเบาปัญญา
นี่เป็นการไล่แขกทางอ้อมน่ะสิ!
“ซื่อจื่อเกรงใจแล้ว เวลาล่วงเลยมาดึกดื่น งานเลี้ยงก็สมควรเลิกรา” มีคนรับบทต่อทันควัน “เป็นพวกเราที่มารบกวน เช่นนั้นขอตัวลาไปก่อน”
เมื่อมีคนนำ คนอื่นย่อมคล้อยตามอย่างไม่ติดขัด ต่างแยกย้ายบอกลากันไป
ฉู่อี้หมินกับคนแซ่เจิ้งต่างไม่มีกะจิตกะใจแยแสเรื่องเหล่านี้
ฉู่ฉีเหยียนเดินไปส่งทุกคนถึงหน้าประตูด้วยตัวเอง วุ่นวายอยู่เกือบครึ่งชั่วยามถึงส่งคนออกไปจนหมด
คนกลุ่มสุดท้ายที่ออกมา คือพวกของฉู่สวินหยาง
เพราะว่าฉู่เยว่เหยียนยังไม่ได้สติ เพื่อหลีกเลี่ยงสายตา พวกเขาจึงรอจนเหลือเป็นกลุ่มสุดท้าย
สาวใช้รุ่นใหญ่บึกบึนอุ้มฉู่เยว่เหยียนออกมา มีฉู่สวินหยางกับฉู่ฉีฮุยเดินตามอยู่ข้างหลัง
ฮูหยินใหญ่ที่รออยู่ในรถม้าไกลๆ รีบกุลีกุจอมารอรับ พลางกำชับว่า “ระวังหน่อย เดี๋ยวหัวจะโขกเอาน่ะ”
ช่วงบ่ายฉู่อี้อันถูกฮ่องเต้เรียกตัวเข้าไปในวัง ดังนั้นผู้ที่อาวุโสสุดตรงนี้จึงเหลือเพียงนางคนเดียว
ฉู่เยว่หนิงที่อยู่บนรถช่วยสาวใช้รับตัวฉู่เยว่เหยียนที่ไร้สติเข้าไปพลางจัดที่จัดทางให้นาง
หน้าประตูใหญ่ ฉู่ฉีฮุยกับฉู่เยว่เหยียนกำลังกล่าวลากัน “วันนี้ก็เพิ่มความยุ่งยากให้จวนเจ้าไม่น้อย ข้าจึงขอลาเพียงตรงนี้”
บนหน้าของฉู่ฉีเหยียนมีรอยยิ้มบางๆ ทว่าสายตากลับมองผ่านเข