ึงได้พบว่าคนที่สวมชุดเจ้าสาวอยู่ในเรือนหอกลับเป็นท่านหญิงรอง”
“ไม่มีทาง!” จื่อซวี่ยังเล่าไม่จบดีก็ถูกเสียงแหลมปรี๊ดของสตรีอีกคนตวาดแว้ดใส่ หญิงงามวัยกลางคนแต่งหน้าเข้มจัดวิ่งออกมาจากด้านหลัง คุกเข่าลงพื้นแล้วดึงชายเสื้อคลุมของฉู่อี้หมินเอาไว้ “ท่านอ๋อง เป็นไม่ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ!”
ผู้นี้ย่อมเป็นมารดาของฉู่หลิงซิ่ว แม่นางหลี่ที่ได้รับความโปรดปรานไม่เสื่อมคลายมาตลอดสิบกว่าปีในจวนอ๋องหนานเหอ
“ท่านหญิงรองเล่า?” คนแซ่เจิ้งเห็นดวงหน้านั้นก็นึกรังเกียจในใจ แผดเสียงกลับใส่ทันควัน
นางหยุดน้ำตา สายตาเฉียบคมกวาดมองไปรอบด้าน บ่าวรับใช้ที่สบตาด้วยต่างส่ายหน้าตอบเป็นพัลวัน เป็นนัยว่าไม่มีใครรู้เรื่อง
คำพูดของจื่อซวี่ ฉู่ฉีเหยียนกลับไม่แปลกใจเลยสักนิด
นี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดาทั่วไป หากว่าไม่มีประเด็นจริงๆ มีหรือที่ซูหลินจะบุกมาอาละวาดถึงนี่?
เรื่องอื่นยังไม่ต้องพูดถึง แต่ศักดิ์ศรีของเขาจะให้ใครมาเหยียบย่ำไม่ได้เด็ดขาด!
ดังนั้น…
แม้ตนเองจะป้องกันทุกวิถีทาง แต่สุดท้ายก็ยังเกิดปัญหาขึ้นจนได้!
ฝ่ามือที่ซ่อนอยู่ข้างหลังกำแน่น ฉู่ฉีเหยียนพยายามควบคุมลมหายใจ เดินขึ้นไปก้าวหนึ่งเพื่อเผชิญหน้ากับซูหลิน
“เรื่องนี้จะต้องมีอะไรเข้าใจผิดกันแน่ๆ” ฉู่ฉีเหยียนเอ่ย บนดวงหน้ายังรักษาความสุขุมกับรอยยิ้มน้อยๆ ไว้ได้ ตบไหล่ซูหลินเบาๆ ก่อนจะเดินผ่านหน้าเขาไปหาแขกเหรื่อ ประสานมือคารวะกล่าวว่า “ขออภัยต่อใต้เท้าและฮูหยินทุกท่