วามเร็วของนางลดลง เหยียนหลิงจวินถึงตามมาทัน วาจาไม่เอ่ยเอื้อนก็คว้าเอวบางพานางเข้าไปหลบในตรอกฝั่งตรงข้าม
ท่วงท่าของคนสองคนว่องไวนัก แม้จะไม่มีใครทันสังเกต แต่บนชายคานั้น ซูอี้เห็นทุกอย่างจากด้านบนได้ชัดเจน
ฉู่สวินหยางเสี่ยงอันตรายไปชิงเก็บมีดใบไม้บินของเขา?
เพื่ออะไร?
เขาชะงักไปเล็กน้อย แต่เพราะไม่มีเวลาคิดมาก จึงรีบดึงความสนใจกลับมา
ทางด้านซูหลินก็เต็มไปด้วยความสับสนลังเล จนไม่ได้สนใจความเคลื่อนไหวด้านหลัง ตอนนี้ไม่กล้าประมาทอีก ตวาดเสียงออกมาว่า “มือธนู!”
คนสนิทข้างกายเขาพลันได้สติ คิดจะเข้าไปเรียกคน ทว่าเท้าชักออกเพียงครึ่งก้าวลำแสงสีทองก็พุ่งผ่านอากาศมาอีก เสียงลมหวีดร้องแหลมชัดปัดผ่านหน้าผากเขาไปเพียงเส้นยาแดง
โลหิตที่ไหลเวียนในร่างของเขาชะงักนิ่ง ไม่กล้ากระดุกกระดิกแม้แต่นิดเดียว
เสี้ยวนาทีถัดมา ปอยผมกระจุกหนึ่งร่วงลงช้าๆ หล่นอยู่บนใบหน้าเขา
“ลูกไม้ชั้นต่ำ!” ซูหลินกดเพลิงโทสะภายใน กระตุกยิ้มทีหนึ่ง แล้วควักลำไม้ไผ่สวยชิ้นเล็กๆ ออกมาจากแขนเสื้อ นิ้วมือเกี่ยวช่องลับๆ บนนั้น กำลังจะยิงสัญญาณขึ้นฟ้า
บนชายคา ได้ยินเป็นเสียงหัวเราะเบาๆ ของบุรุษ
เพียงสะบัดมือ ด้านบนของหลังคาก็มีมือธนูเกินสิบคนปรากฏขึ้นมาอย่างต่อเนื่องราวกับห่าฝน ธนูเหล็กดูน่าครั่นคร้าม ทุกคนต่างเล็งเป้าไปหาซูหลินผู้นั่งโดดเด่นอยู่บนหลังม้า
“เจ้าจะเรียกกำลังเสริมก็ได้ แต่หน้าที่ของพวกนั้นก็ได้แค่มาเก็บศพเจ้าเท่านั้น