รมาบังคับข่มขู่ หลังจากคิดแล้วคิดอีก สุดท้ายก็โบกมือสั่งเสียงเย็นว่า “ยกเกี้ยวกลับเข้าไป เฝ้าคนไว้ให้ดี ถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้นอีก ระวังหัวของพวกเจ้าไว้ก็แล้วกัน!”
“ขอรับ ซื่อจื่อ!” คนหามเกี้ยวสามสี่คนรับคำอย่างกลัวๆ แบกเกี้ยวกลับเข้าประตูไปอีกครั้งด้วยมือเท้าลนลาน
ซูหลินเงยหน้าขึ้นมองร่างเงาสลัวอีกครั้งอย่างไม่ชอบใจ จากนั้นก็สะบัดมือแรงๆ “พวกเราไป!”
เหล่าองครักษ์พาตัวจื่อซวี่กับจื่อเหวยที่ถูกมัดมือไพล่หลังไป ทหารคุ้มกันเข้มงวด ออกตัวเคลื่อนขบวนไปทางจวนอ๋องหนานเหออย่างรวดเร็ว บรรยากาศเต็มไปด้วยความคุกคามเขย่าขวัญ เทียบกับตอนแรกแล้วดูจะยิ่งตึงเครียดขึ้นมาหลายเท่า
ซูอี้ก็รักษาวาจา ไม่ได้ขัดขวางตามที่ลั่นคำไว้ เพียงมองกลุ่มคนรีบร้อนเลื่อนห่างออกไป
จากนั้น ก็ค่อยๆ ยกมือขึ้น ส่งสัญญาณมือบอกให้ล่าถอยไป
มือธนูสิบกว่าคนหายไปอย่างเงียบเชียบไร้เสียง
ตัวเขากลับทิ้งกายลงจากหลังคา ย่างเท้าในตรอกถนนมาหยุดลงหน้าจวนสกุลซูซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ดึงใบไม้สีทองที่ปักอยู่บนกำแพงกลับคืน ตอนที่หมุนกายจากมาก็ชะงักเท้าที่หน้าต้นไม้ต้นนั้น นิ้วมือปัดผ่าน ลูบไล้บาดแผลที่ทิ้งรอยไว้ด้านบนพักใหญ่ก่อนจะถอนมือออกมาอย่างครุ่นคิด
จากนั้นปลายเท้าแตะพื้นแผ่วเบา นำพาทุกสิ่งสรรพหายไปจากวัดหลวงที่ถูกทิ้งร้างอย่างไร้ร่องรอย