ที่นี่คือจวนสกุลซู เป็นเรือนหอคืนสมรสของฉู่หลิงอวิ้น แต่สถานการณ์ตอนนี้คือเจ้าสาวบินหายไปอย่างไร้ร่องรอย ส่วนนางก็ดันมาโผล่ที่นี่ในชุดเจ้าสาว
ฉู่หลิงซิ่วยังไม่ทันคิดถึงเหตุผลที่มา แต่ก็พอรู้ว่าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้วจึงรีบปีนลุกขึ้นแล้วดึงชายเสื้อของซูหลิน เอ่ยคร่ำครวญว่า “ซื่อจื่อ ข้าเปล่าทำนะ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนเช้าพี่ใหญ่เรียกข้าเข้าไปหา ข้าดื่มชาไปแก้วหนึ่งจากนั้นก็ไม่รู้อะไรอีกแล้ว ข้าไม่รู้ ข้าไม่รู้อะไรทั้งนั้น ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร!”
“เจ้ายังกล้าโกหก?” จื่อซวี่เอ่ยอย่างเกรี้ยวกราด กำลังจะกระโจนเข้าไปตบตีแต่ถูกเด็กรับใช้ของซูหลินคว้าเอาไว้ จากนั้นนางก็ด่าฉู่หลิงซิ่วต่ออีกยก “ตอนเช้าเจ้ายังพูดจาเยาะเย้ยล่วงเกินท่านหญิงอยู่เลย เห็นชัดๆ ว่าเจ้าริษยาท่านหญิงที่ได้สามีประเสริฐ ถึงคิดแผนชั่วช้าขึ้น คิดจะเข้ามาเสียบแทน ความคิดของเจ้าช่างต่ำช้าเลวทราม เจ้าบอกมานะเจ้าเอาท่านหญิงของข้าไปไว้ที่ไหน?”
“ข้าเปล่า เจ้าเหลวไหล!” ฉู่หลิงซิ่วโวยวายเสียงดังอย่างลนลาน แต่กลับพบว่าต่อให้ตนมีร้อยปากก็ยากจะรอดจากข้อครหานี้
เหตุใดซูหลินถึงเชื่อนาง? ส่วนสาวใช้สองคนของฉู่หลิงอวิ้นนั้นก็เห็นชัดว่าเตรียมการกันมาก่อน
ดังนั้น…
ตนถูกหญิงใจอำมหิตคนนั้นเล่นงานแล้วใช่หรือไม่?
ฉู่หลิงซิ่วอยากร้องไห้แต่ไร้น้ำตา ทำได้เพียงอ้อนวอนซูหลินต่อไป “ซื่อจื่อซู เจ้าต้องเชื่อข้