กผ้าโปร่งสีเข้มปิดลงมาครึ่งหน้า พอลมพัดผ่าน โฉมหน้าที่ถูกปกปิดไว้เบื้องหลังก็เปิดออกมาให้เห็นเสี้ยวหนึ่ง
ปลายคางได้รูป ริมฝีปากที่คาบใบไม้แผ่นบางซึ่งตีจากทองคำกำลังเป่ามันให้เป็นเพลงช้าๆ ท่วงทำนองฟังแปลกหู ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อน
ไม่ซึ่งไอสังหารแผ่พุ่ง มีแต่ความแปลกประหลาดไม่อาจชี้ชัด
แต่การที่คนประเภทดังกล่าวปรากฏตัวขึ้นในเวลาและสถานที่เช่นนี้ ก็ทำให้คนตั้งท่าระแวดระวังได้แล้ว
มือของซูหลินกับองครักษ์ข้างกายของเขาวางลงบนด้ามดาบอย่างไม่รู้ตัว เตรียมพร้อมรับมือการจู่โจมของเขาทุกเวลา
“เจ้าเป็นใคร?” ซูหลินแผดเสียงกร้าวถามอย่างไม่ไว้ใจ
คนผู้นั้นคล้ายไม่มีความสนใจจะแสดงดนตรีต่อหน้าผู้คน จึงดึงใบไม้สีทองเสียงเหมือนขลุ่ยที่ดึงดูดสายตาของทุกคนออกจากปาก แล้วแสยะยิ้มให้ทีหนึ่ง
“ไสหัวไป!” วินาทีต่อว่า เสียงเฉื่อยช้าก็เปล่งคำลอดออกมาสามคำ
ผ้าโปร่งพริ้วไหวโดยไร้ลม ตอนที่มันเปิดขึ้นเผยให้เห็นมุมหนึ่งอันเป็นรอยยิ้มอ่อนโยนของบุรุษเพศ
ดวงตาของเขากระจ่างใส แต่ก็มีเงามืดลึกซึ้งซุกซ่อนอยู่ ประกายสุุกใสยิ่งขับเน้นพลังที่แข็งกร้าวดุดัน จนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
โฉมหน้าใต้ผ้าโปร่งเปิดให้เห็นเพียงแค่แวบเดียว ก่อนจะถูกความมืดมิดคลุมทับอีกครั้งหนึ่ง
ซูหลินสูดลมหายใจเย็นเยือกเข้าปอดอย่างไม่รู้ตัว รู้สึกคุ้นเคยกับนัยต์ตาใต้ผ้าที่เผยให้เห็นแม้จะเพียงครู่เดียวเท่านั้น แต่คิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าเคยเจอกันที่ไหน?
ซูห