ชั่วชีวิตนี้ เห็นอยู่ชัดๆ ว่าระหว่างนางกับเหยียนหลิงจวินไม่มีความสัมพันใดๆ ต่อกัน ฉู่สวินหยางมองอารมณ์ที่นางแสดงออก พลันรู้สึกว่าทนมองต่อไปไม่ไหว
นางทำหน้าตึง เอ่ยปากสั่งลู่หยวนว่า “อย่าชักช้า รีบเก็บกวาดแล้วไปเถอะ!”
“ขอรับ ท่านหญิง!” ลู่หยวนผงกศีรษะ ก้าวไปข้างหน้าแล้วคว้าหมับที่ข้อมือของฉู่หลิงอวิ้น
ฉู่หลิงอวิ้นเหมือนเผชิญหน้ากับศึกใหญ่ สะบัดมือทิ้งด้วยความลนลาน ทางหนึ่งก็กรีดร้องเสียงแหลม “ฉู่สวินหยาง เจ้าคิดจะทำอะไร?”
“สบายใจได้ เทียบกับเสด็จย่าที่รักเจ้าฝังกระดูกแล้ว ข้าคุยง่ายกว่าเป็นกอง ในเมื่อเจ้าตัดสินใจจะไม่แต่งให้ซูหลิน ข้าก็จะไม่บีบคั้นเจ้า” ฉู่สวินหยางเอ่ยเสียงเย็นว่า “ข้าไม่อยากทำให้เจ้าลำบาก เพราะถ้าต่อไปพวกเราเจอหน้ากันมีแต่จะกระอักกระอ่วน”
ฉู่หลิงอวิ้นลังเลอยู่ครึ่งวันพลันชะงักกึก จ้องมองนางด้วยสายตาหวาดระแวงเต็มที่
นางคิดว่าฉู่สวินหยางมาเพื่อขัดขวางนาง พยายามยัดเยียดนางให้ซูหลิน เพราะอย่างไร…
เป้าหมายเดิมของงานแต่งงานฉากนี้ก็คือฉู่สวินหยาง
ฉู่สวินหยางไม่อธิบายเพิ่มเติมอีก เพียงชี้นิ้วไปที่พรมบนพื้น เอ่ยว่า “ใช้ของให้คุ้ม อย่าได้สิ้นเปลือง ม้วนนางไว้ข้างใน พวกเรากลับ!”
พรมผืนนั้น ก็คือผืนที่องครักษ์ของฉู่หลิงอวิ้นใช้พันตัวฉู่หลิงซิ่วมา
แม้จะเรียกว่าเวรกรรมตามทัน แต่ก็ไม่ควรจะตามมาไวเช่นนี้
ร่างของฉู่หลิงอวิ้นโอนเอน ดวงหน้าซีดเผือด ในที่สุดจึงตัดสินใจแหกปากร้อง…
ต่อใ