ปช่วยท่านหญิงของพวกเราด้วยเถอะ!”
ซูหลินยิ่งงงหนักเข้าไปใหญ่
จากนั้นจื่อซวี่ก็ฝืนทนเจ็บปีนขึ้นมา พุ่งตัวไปหน้าเตียงแล้วพยายามดึงเจ้าสาวที่นอนร้องไห้กระซิกๆ อยู่ด้านบนให้ลงมาด้านล่าง สองคนกลิ้งหลุนๆ ล้มอยู่บนพื้น
“ซื่อจื่อ ท่านดูสิ นี่มันนังสาวเลว!” จื่อซวี่ร้องบอก ออกแรงดึงผมของเจ้าสาว ผลักนางให้ไปอยู่ต่อหน้าซูหลิน
ฉู่หลิงซิ่วนอนสะลึมสะลือ ฟื้นขึ้นมายังไม่ทันจะได้สติเต็มที่ก็ได้ยินเสียงกรีดร้อง พร้อมด้วยเสียงถาดถ้วยชากระแทกลงบนพื้น จากนั้นยังไม่ทันที่นางจะรู้ทิศรู้ทาง ก็ถูกสาวใช้สองคนกดเอาไว้ ดึงทึ้งนางสารพัดเหมือนกับคนบ้า
ผมเผ้าถูกดึงกระเซิง เครื่องประดับหล่นเต็มพื้น เสื้อผ้าก็ขาดรุ่ยเป็นจุดๆ คอเสื้อเปิดอ้า เผยให้เห็นหัวไหล่ขาวผ่องเกือบครึ่ง ภายใต้แสงเทียนถือได้ว่าเป็นภาพจรรโลงตาภาพหนึ่ง ทว่าดวงหน้าของนางในยามนี้กลับเต็มไปด้วยรอยเล็บข่วน เลือดซึมกระจายอยู่หลายแผล จมูกช้ำ หน้าบวม ยุ่งเหยิงไปทุกสิ่ง
ดวงตาของซูหลินเบิกกว้าง เหมือนว่าต้องใช้เวลาครู่หนึ่งกว่าจะนึกออกว่าเป็นใบหน้าของใคร จากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นย่ำแย่ทันที
“ทำไมถึงเป็นเจ้า?” ซูหลินซัดเซถอยหลัง ล้มตัวลงเตียงมงคลที่ระเกะระกะยากจะหาใดเปรียบ
จื่อเหวยปาดน้ำตาแล้วขยับเข้าหา โขลกศีรษะลงพื้นไม่ยอมหยุด เอ่ยว่า “ซื่อจื่อ ท่านหญิงของข้าหายไปแล้ว ไม่รู้ว่านางถูกคนทำร้ายหรือไม่ ซื่อจื่อโปรดเมตตา ขอท่านรีบหาทางช่วยท่านหญิงด้วยเถอะเจ้