เวลาเที่ยงตรง งานเลี้ยงเริ่มขึ้นเป็นทางการ ทั่วทั้งจวนต่างปกคลุมไปด้วยกลิ่นเหล้ายาปลาปิ้ง พากันชักชวนชนแก้วดื่มสุราแสดงความยินดี
ฤกษ์มงคลของวันนี้คือยามเว่ยหนึ่งเค่อ[1]
ขบวนแห่ของสกุลซูตีฆ้องร้องปาว เสียงดังกึกก้องได้ยินไปครึ่งเมืองหลวง เกี้ยวเจ้าสาวมาถึงหน้าประตูตรงเวลาพอดี
ซูหลินอยู่ในชุดเจ้าบ่าว ร่างผอมสูงนั่งอยู่บนอาชาขาวปลอด ตัวสูงใหญ่ หวังจะมารับสาวงามสมดั่งใจหวัง บนใบหน้าแทบจะปิดความเปรมปรีดิ์ไว้ไม่มิด
แขกเหรื่อต่างออกมาชมดู มองร่างในชุดแต่งงานสีแดงสด เจ้าสาวร่างอรชรถูกสี่เหนียงพยุงออกมา คารวะน้ำชาต่อบิดามารดาของอีกฝ่ายตามขั้นตอน จากนั้นก็ถูกประคองขึ้นเกี้ยวไป
พิธีการทุกอย่างล้วนดำเนินไปอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง อย่าว่าแต่เหตุไม่คาดฝันเลย แม้แต่เพลงประกอบยังไม่เพี้ยนผิดไปแม้แต่ครึ่งเสียง
ขบวนส่งตัวเจ้าสาวตีฆ้องร้องปาวออกจากตรอกไปแล้วแต่ฉู่ฉีเหยียนก็ยังยืนอยู่หน้าประตูใหญ่ ก้มมองพรมแดงใต้เท้าที่ปูยาวไปตลอดทางด้วยสีหน้าครุ่นคิด
ความจริงไม่ใช่เพียงฉู่สวินหยาง แม้แต่เขาเองยังไม่เชื่อเลยว่าฉู่หลิงอวิ้นจะยอมให้ความร่วมมือแต่โดยดี ระยะนี้เขาสูญเสียเรี่ยวแรงในการเฝ้าดูความเคลื่อนไหวทุกอย่างของฉู่หลิงอวิ้นด้วยความกังวลใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันนี้ เขารวบรวมสติไว้พร้อมทุกเวลา กลัวแต่ว่าหากฉู่หลิงอวิ้นเกิดเปลี่ยนใจจะได้ยับยั้งได้ทันท่วงที
ไม่นึกว่านี่เป็นแค่การวิตกเกินกว่าเหตุ?
สุดท้ายฉู่หลิ