งอวิ้นก็ออกเรือนไปอย่างราบรื่นเช่นนี้?
“ซื่อจื่อ ท่านมองอะไรหรือ? นายท่านตามหาอยู่น่ะขอรับ บอกว่าให้ท่านรีบเข้าไปต้อนรับแขก” ฉู่ฉีเหยียนยืนอยู่ที่หน้าประตูตลอด หลี่หลินหาเขาจนทั่วแล้วถึงเพิ่งจะเจอคน
สายตาของฉู่ฉีเหยียนเข้มขึ้น บนใบหน้ามีความอึมครึมที่ยากจะเข้าใจ พลันถามขึ้นว่า “หลี่หลิน เจ้าไม่รู้สึกว่าเรื่องนี้น่าสงสัยเลยหรือ?”
หลี่หลินนิ่งไป เมื่อได้สติจึงขมวดคิ้วมุ่น “ท่านมองท่านหญิงแต่งออกจากประตูไปด้วยตนเอง ต่อให้ท่านหญิงจะเอาแต่ใจแต่อย่างไรนี่ก็เป็นถึงสมรสพระราชทาน ซื่อจื่อคงคิดมากไปเองขอรับ!”
“นั่นสิ!” ฉู่ฉีเหยียนสูดหายใจลึก หัวเราะเย้ยหยันกับตัวเองเบาๆ แต่สายตากลับเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบในทันใด ออกคำสั่งว่า “เรื่องนี้ข้ายังไม่วางใจ เจ้าส่งคนตามไปดูขบวนเจ้าสาวที่สกุลซูด้วย ป้องกันเอาไว้ก่อน”
หลี่หลินสูดหายใจลึก “ซื่อจื่อกลัวว่าระหว่างทางท่านหญิงจะ…”
ฉู่หลิงอวิ้นจะหนีงานแต่งกลางทาง? นี่ออกจะ…
ไม่น่าเป็นไปได้เท่าไร!
หากว่านางหนีไป หนึ่งคือขัดราชโองการ สองคือไม่ไว้หน้าสกุลซู ต้องกลายเป็นความแค้น สามคือฉู่อี้หมินย่อมอับอายและเกรี้ยวกราดจนไม่ยอมรับว่ามีนางเป็นบุตรสาวอีก ต่อไปนางก็คงไม่เหลืออะไรทั้งนั้น
ตามความเข้าใจที่ฉู่ฉีเหยียนมีต่อฉู่หลิงอวิ้น นางไม่มีทางทำเรื่องที่สิ้นคิดเช่นนั้นแน่
แต่หากฉู่หลิงอวิ้นยอมจำนงต่อชะตาเช่นนี้ก็ดูน่าสงสัยจนเกินไป
ความคิดร้อยพันไม่อาจไขความกระจ่าง ฉู่