ฉีเหยียนไม่อาจละความกังวลลงได้ โบกมือสั่งว่า “ทำตามที่ข้าสั่ง”
“ขอรับ!” หลี่หลินรับคำ รีบไปจัดการทันที
ฉู่ฉีเหยียนกลับเข้าไปในงานช่วยรับรองแขก สัมปชัญญะส่วนหนึ่งยังคอยแต่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องนี้ ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ลางสังหรณ์ไม่ดีเอาแต่ผุดขึ้นมากลางหัวใจ คนจึงสติไม่ค่อยครบถ้วนนัก
แม้เกี้ยวเจ้าสาวจะออกจากเรือนไป แต่งานเลี้ยงในจวนยังคงดำเนินต่อ ผู้คนคารวะจนครบสามจอกแล้วก็เริ่มเมามาย บรรยากาศของงานจึงรื่นเริงขึ้นทันตา
ฝีเท้าของเหยียนหลิงจวินซวนเซเล็กน้อย มือถือจอกหยก คว้ากาเหล้าออกจากงานเดินโซเซเข้าไปในสวนดอกไม้
ตอนแรกมีคนเห็นเขายืนพิงระเบียงดื่มเหล้าอยู่ไกลๆ แต่พอมองกลับไปอีกทีก็เหลือเพียงกาเหล้าหนึ่งกากับจอกเหล้าหนึ่งจอก แม้แต่เงาของภูตผีก็ไม่มีวี่แวว
และเพราะงานเลี้ยงชุลมุนวุ่นวาย เสียงคนเซ็งแซ่ หลายคนดื่มมากแล้วก็เดินทักทายผู้อื่นไปทั่ว ร่างสีพื้นๆ ของเขาที่หายไปจึงไม่ได้ดึงดูดความสนใจของผู้คน คิดว่าเขาไปดื่มเหล้าที่อื่นหรือไม่ก็เข้าห้องน้ำไปแล้ว
เวลานั้นเอง ที่นั่งของแขกรับเชิญหญิงอย่างฉู่สวินหยางก็ว่างเปล่าอย่างไร้สุ้มเสียงเช่นกัน
ทั้งสองคนได้เจอกันที่ปลายทาง แม้ก่อนหน้านี้จะไม่ได้นัดแนะ แต่กลับพบอีกฝ่ายที่กำแพงด้านนอกเรือนของฉู่หลิงอวิ้นอย่างใจตรงกัน
สาวใช้ข้างกายทั้งสองคนของฉู่หลิงอวิ้นล้วนติดตามเจ้าสาวออกไปด้วย คล้อยหลังนางแล้ว คนอื่นๆ ก็ถูกป้ากู้สั่งให้แยกย้ายออกไปรับแขกที่