เรือนหน้า เรือนทั้งหลังว่างเปล่าไร้คน ชั่ววินาทีพลันเปลี่ยนเป็นความเปลี่ยวร้างและเย็นชา กลายเป็นตัวเปรียบที่แตกต่างเมื่อเทียบกับงานเลี้ยงสุดครื้นเครงด้านหน้า
ฉู่สวินหยางกับเหยียนหลิงจวินซุ่มอยู่ข้างกำแพงคอยสังเกตมองด้านในของเรือน
อิ้งจื่อที่ซ่อนกายในมุมมืดเข้ามาสมทบอย่างเงียบๆ รายงานว่า “เฉี่ยนลวี่ตามขบวนเจ้าสาวไปที่จวนสกุลซู ที่นี่มีบ่าวกับเจี๋ยหงคอยจับตาดูอยู่ ตั้งแต่นางจากไปก็เรียบร้อยเป็นปกติ ไม่มีเรื่องใดๆ เลยเจ้าค่ะ”
เรื่องหนีงานแต่งกลางคัน ฉู่หลิงอวิ้นไม่มีทางทำแน่ๆ
แต่จะพูดว่านางแต่งให้ซูหลินอย่างไร้การขัดขืนแข็งข้อก็ฟังไม่ค่อยเข้าท่านัก
ฉู่สวินหยางมุ่นคิ้วไตร่ตรองอย่างละเอียดอยู่สักพัก เอ่ยว่า “แล้วก่อนที่นางจะออกไปล่ะ? มีใครมาที่เรือนนี้อีกบ้าง หรือว่ามีเรื่องอะไรที่ผิดแผกไปจากเดิมหรือเปล่า?”
อิ้งจื่อใช้สมอง ตอบว่า “ตอนเช้ามีแขกมาหลายกลุ่ม ตอนใกล้เที่ยงชายาจวนอ๋องหนานเหอก็แวะมา สองคนพูดคุยกันอยู่สักพัก ทุกอย่างล้วนเป็นปกติเจ้าค่ะ”
“ไม่ถูก!” อิ้งจื่อคิดแล้วพลันมีแสงวาบขึ้นในสมอง หายใจหอบอย่างตื่นเต้น
ฉู่สวินหยางกับเหยียนหลิงจวินมองสบตากัน แล้วส่งสายตาตั้งคำถามไปให้นาง
“ระหว่างนั้นท่านหญิงรองฉู่หลิงซิ่วมาที่นี่ครั้งหนึ่ง แต่ว่าน่าแปลกนัก หลังจากที่นางเข้าไป ท่านหญิงอันเล่อก็ไล่ทุกคนในห้องออกมา เหลือไว้เพียงสาวใช้ข้างกายตนสองคน” อิ้งจื่อตอบ “ได้ยินว่าพวกนางพี่น้องไม่ได้สนิท