จางอวิ๋นเจี่ยนชักเท้าถอยหลังหนึ่งก้าว มองซ้ายมองขวาระวังภัย
เด็กรับใช้สองคนที่อยู่ด้านหลังคิดจะก้าวขึ้นมาคุ้มครองผู้เป็นนายตามสัญชาตญาณ แต่ยังไม่ทันขยับก็ถูกร่างเงาสองสายที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหนฟาดจนล้มไปกองกับพื้น
ลู่หยวนกับชิงหลัวสองคน สีหน้าเย็นเยือก ปรากฏขึ้นมาราวกับภูติผี
“เจ้ากล้าแตะข้า?” จางอวิ๋นเจี่ยนเดิมก็เป็นแค่คุณชายที่ไม่มีแม้แรงจะถอนขนไก่ เวลานี้มือเท้าพลันลนลานสับสน ถอยกรูไปตั้งหลัก “ที่นี่คือจวนอ๋องหนานเหอ เจ้าคิดจะทำอะไร?”
“กลัวอะไร? ข้าบอกแล้วไงว่ามีเรื่องให้เจ้าช่วย” ฉู่สวินหยางก้าวเท้าเข้าหาพร้อมส่งยิ้มให้ ส่งมีดสั้นที่เช็ดจนสะอาดแล้วให้ลู่หยวนพลางเอ่ยบอก “อีกอย่าง…ข้ารับรอง เจ้าไม่มีทางขาดทุนหรอก”
จางอวิ๋นเจี่ยนตอนนี้สติกระเจิงไปสิ้น มองคนสามคนที่นอนเอกเขนกบนพื้นพร้อมกับเลือดอีกหนึ่งกอง ปากก็สั่นระริก เขาเล็งหาโอกาสแล้วพุ่งตัวออกไปทางประตู แต่เท้าวิ่งออกไปเพียงหนึ่งก้าวก็รู้สึกชาหนึบที่ท้ายทอยด้วยถูกชิงหลัวที่ตามไปติดๆ ใช้ฝ่ามือฟาดใส่จากด้านหลัง
ฉู่หวินหยางหันมามอง เอาผ้าเช็ดหน้าเปื้อนเลือดในมือยัดใส่ปากเขา สั่งการต่อด้วยสายตาเย็นชา “อีกเดี๋ยวคงจะมีคนมาเพิ่ม ชักช้าไม่ได้ รีบทำความสะอาด ลากคนแซ่จางกับเด็กรับใช้สองคนออกไปซ่อนในสวนดอกไม้ก่อน ลู่หยวน น้องสี่ให้เจ้าจัดการ อย่าให้ใครหาเจอ”
“ขอรับ/เจ้าค่ะ!” สองคนรับคำ รีบลงมือตามสั่ง