ขณะที่ทุกคนแยกย้ายกันไป สายตาของฉู่สวินหยางกวาดมองรอบๆ พอดีเหลือบไปเห็นร่างสูงเด่นเคลื่อนตัวผ่านซากไม้เก่าแก่กลางอุทยานมาอย่างรวดเร็ว ด้านหลังมีสาวใช้ที่เกือบจะไร้ตัวตนอย่างอิ้งจื่อกับเฉี่ยนลวี่ติดตามมาด้วย
ฉู่สวินหยางยิ้มน้อยๆ รีบสาวเท้าไปรอรับ
หางตาของเหยียนหลิงจวินกระตุกเบาๆ กวาดตามองสภาพรอบเรือน คิ้วขมวดเล็กน้อยจนแทบจะสังเกตไม่เห็น แล้วสั่งกับสาวใช้ข้างกายทั้งสองว่า “เข้าไปช่วย!”
“เจ้าค่ะ!” พวกนางพยักหน้ารับคำ เข้าไปช่วยเคลื่อนย้ายคน
เหยียนหลิงจวินไม่ได้ไต่ถามว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น เพียงแต่จ้องมองฉู่สวินหยางด้วยสีหน้าเย็นชา
“ขอโทษที ต้องรบกวนเจ้าอีกแล้ว” ฉู่สวินหยางยิ้ม ด้วยมิใช่เวลามาทักทายปราศรัยจึงเอ่ยเข้าประเด็นทันที “เรื่องที่เกิดขึ้นข้าจะอธิบายให้เจ้าฟังอย่างละเอียดทีหลัง แต่ตอนนี้ข้ามีของสิ่งหนึ่งต้องให้เจ้าช่วยตรวจดูว่ามันคืออะไร”
“อืม!” เหยียนหลิงจวินเพียงทำเสียงรับรู้เบาๆ
ฉู่สวินหยางจึงพาเขากลับไปที่ศาลาหลังนั้นซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล สีหน้าของเหยียนหลิงจวินไม่สู้ดีนักคล้ายว่าไม่มีอารมณ์จะเปิดปากพูด เพียงเดินตามหลังมาติดๆ ฉู่สวินหยางก็หาได้ใส่ใจ พอไปถึงที่ศาลา มองหาตำแหน่งที่แน่นอนจนพบ แล้วตบฝ่ามือเข้าใส่เสาต้นด้านข้างเบาๆ ทีหนึ่ง
ฝุ่นผงที่เกาะอยู่นานปีร่วงลงมาจากที่สูงพร้อมกับถุงหอมสีแดงหนึ่งใบ