ฉู่สวินหยางยื่นมือออกไปรับแต่เหยียนหลิงจวินกลับพุ่งตัวชิงมารับถุงหอมใบนั้นเอาไว้ก่อนอย่างไร้สุ้มเสียง
ฉู่สวินหยางก็ไม่ได้อวดเก่ง
เขากำถุงหอมไว้ในมือ ไม่รอให้ฉู่สวินหยางบอกก็เปิดออกแล้วเพ่งมองวัตถุที่อยู่ภายใน เพียงแวบเดียวนัยน์ตาพลันมีพายุร้ายหมุนผ่าน อารมณ์บนหน้าเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและน่ากลัวจนแม้แต่ฉู่สวินหยางเองยังสะท้านในใจ
“นี่คือ…” ฉู่สวินหยางเป็นคนฉลาด ในใจก็พอจะเดาออกได้หลายส่วน
เหยียนหลิงจวินเม้มปาก ไม่ตอบคำถามนาง
เงยหน้าขึ้นมองก็เห็นลู่หยวนกับพวกอิ้งจื่อกำลังหอบหิ้วผู้ที่สลบไสลไม่รู้เรื่องออกมาจากเรือนพอดี มือหนึ่งข้างของลู่หยวนแบกเด็กรับใช้ของจางอวิ๋นเจี่ยนหนึ่งคน ส่วนจางอวิ๋นเจี่ยนถูกอิ้งจื่อลากเอวออกมา เฉี่ยนลวี่กับชิงหลัวแยกกันไปอุ้มฉู่เยว่หนิงกับสาวใช้ประจำตัวของนาง แต่ละคนรับน้ำหนักไม่เบา แต่กลับเคลื่อนไหวอย่างไร้อุปสรรค ชั่วพริบตาก็มาถึงเบื้องหน้าแล้ว
“นายท่าน!” อิ้งจื่อก้าวออกมาผงกศีรษะให้ “ทำลายร่องรอยทั้งหมดในเรือนเรียบร้อยแล้ว คนพวกนี้จะจัดการอย่างไรดีเจ้าคะ?”
สายตาทิ่มแทงของเหยียนหลิงจวินมองผ่านร่างของจางอวิ๋นเจี่ยนทีหนึ่ง แล้วยัดถุงหอมใส่ในเสื้อเขา เอ่ยเสียงน่ากลัวว่า “เด็กรับใช้สองคนนั่นหากำแพงแล้วโยนออกไปเสีย คนผู้นี้หาห้องขังเอาไว้ก่อน เจ้าเอาส่วนผสมในห่อมาแล้วเพิ่มดอกไป๋เหอเข้าไป รมควันเอาไว้ หลังจากนี้ข้าต้องใช้มัน”